ทัวร์ครับพาเที่ยว
รวมเรื่องเที่ยวรอบโลก สาระน่ารู้ บทความรีวิว ท่องเที่ยวในต่างแดน
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
พาเที่ยว
ยุโรป
15 เมืองหลวงยุโรป น่าเที่ยวของแต่ละประเทศ
ยุโรป พิกัดดินแดนในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สักครั้งในชีวิตของให้ได้ออกไปพิชิตให้สมใจอยาก ว่าแต่ว่าทวีปยุโรปเองมีตั้ง 50 ประเทศ แค่เที่ยวเมืองหลวงของแต่ละประเทศให้ครบก็น่าจะเข้าขั้นหมดตัวได้ ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่าจะล็อคเป้าพิกัดประเทศไหนในยุโรปกันดี กับ “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” แล้วจะได้มาเลือกกันถูกว่าตามแต่จริตเราควรไปที่ไหนกันดี ไปกันเลย เที่ยวยุโรป ทั้งทีบินก็ไกล เวลาก็น้อย แต่เราต้องอย่าให้เรื่องเวลามาเป็นอุปสรรคในการเที่ยวของเรา เพียงแค่ประหยัดระยะเวลาการเดินทาง การต่อคิวเข้าแถวขึ้นรถลงเรือ ด้วยการไปเที่ยวยุโรปกับทัวร์ที่ดูแลเราอย่างมืออาชีพและมีครบจบพร้อมสรรพในที่เดียว กับ หาทัวร์ครบจบที่ทัวร์ครับ เพียงเท่านี้ก็มีเวลาเหลือเผื่อการเที่ยวชิลล์อีกเพียบเลย จองทัวร์เที่ยวยุโรป กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/europe-tour 15 เมืองหลวงยุโรปน่าเที่ยว 1.กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (Paris, France) มหานครอันเป็นที่สุดของความโรแมนติก จุดหมายปลายทางในฝันของคู่นักนักเดินทาง และศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก กับกรุงปารีส เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส พิกัดแหล่งรวมศิลปะชิ้นสำคัญของโลก สิ่งปลูกสร้างและสถาปัตยกรรมระดับโลก ไปจนถึงถนนที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก ริมแม่น้ำแซนอันแสนโรแมนติก กับเมืองหลวงอันเป็นที่สุดของมหานครระดับโลก จึงต้องขอบอกว่าควรต้องได้มาเยือนกรุงปารีสสักครั้งในชีวิตเป็นอย่างน้อย 2.กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร (London, United Kingdom) พิกัดของเมืองหลวงที่ชิค และคลาสสิคที่สุดของยุโรป กับมหานครอันทรงเสน่ห์ทั้งทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมืองผู้ดีที่ลงตัวด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย ผู้คนที่เป็นกันเอง และสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างลงตัว ทั้งอาคารบ้านเรือนเก่าแก่สุดอลังการฉบับอังกฤษแท้ ๆ สุดตระการตาที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับวิถีชีวิตของผู้คนที่ทันสมัยโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสมัยที่สะดุดตา ริมแม่น้ำเทสม์ที่ให้บรรยากาศสุดคลาสสิค ที่คงต้องบอกว่าถ้าไม่ได้มากรุงลอนดอนสักครั้ง ต้องของบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย 3.กรุงโรม ประเทศอิตาลี (Rome, Italy) กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศประเทศอิตาลี เมืองเก่าแก่อันเคยเป็นทั้งศูนย์กลางอารยธรรม ศิลปวัฒนธรรมอำนาจและการปกครอง ไปจนถึงศูนย์การศาสนาของอาณาจักรโรมันอันเก่าแก่ที่ยังคงความรุ่งเรืองอย่างยาวนานกว่า 3,000 ปีในอดีต ที่เป็นเครื่องการันตีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและบรรยากาศคลาสสิคของกรุงโรม กับนิยามของเมืองหลวงของประเทศอิตาลีแห่งนี้ที่ว่า “เมืองอมตะ หรือนครที่ไม่มีวันตาย” มาต้องมนต์เสน่ห์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่สุดอลังการที่น่าหลงใหล และสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ทีเป็นมิตรและเป็นกันเองของชาวอิตาลี พร้อมลิ้มชิมรสชาติพาสต้าสูตรต้นฉบับแท้ ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมเมืองแห่งนี้จึงได้ชื่อว่านครที่ไม่มีวันตาย 4.กรุงวาติกัน นครรัฐวาติกัน (State of the Vatican City) นครรัฐวาติกัน อันโด่งดังของประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 250 ไร่ กับนครเล็ก ๆ ท่ามกลางเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม ที่แยกตนเองออกเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับใคร นครรัฐวาติกันเป็นแหล่งศูนย์รวมศรัทธาของศาสนาคริสต์ กับพิกัดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เล็ก ๆ ที่ทรงคุณค่าทัท้งทางศาสนา และประวัติศาสตร์ วัฒนะธรรม ที่ได้รวบรวมเอาไว้ซึ่งผลงานทางสถาปัตยกรรมวิจิตรประณีตงดงาม ศิลปกรรมและ วิทยาการที่ล้ำนำสมัย และโดดเด่นอลังการตระการตาเป็นที่สุด ที่ต้องเรียกว่าเป็นพิกัดเล็ก ๆ ที่ถึงจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู เพราะคุณภาพคับแก้วมาก ๆ 5.กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก (Prague, Czech) กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐเช็ก กับเมืองที่ขึ้นชื่อได้ว่าสะอาดที่สุดในโลก และยังเป็นอีกหนึ่งเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานนับ 1,000 ปี โดยเฉพาะเรื่องความงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมเก่าแก่สุดคลาสสิคตระการตา และบรรยากาศสุดชิลล์ยามค่ำคืนริมแม่น้ำแสนโรแมมติกของย่านเมืองเก่า ที่ต้องบอกว่าคนมาเป็นคู่ต้องประทับใจไม่มีวันลืมแน่ ๆ 6.กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Amsterdam, Netherlands) กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองแห่งสายน้ำริมฝั่งแม่น้ำอัมสเติล (Amstel) ที่รายล้อมไปด้วยคลองกว่า 100 สาย จนได้รับการยกให้เป็น “เวนิสแห่งตอนเหนือของยุโรป” นอกเหนือกับความชิลล์สุด ๆ กับบรรยากาศของเมืองหลวงแห่งสายน้ำแห่งนี้แล้ว เมืองแห่งนี้ยังรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองที่น่ารัก สดใส และลงตัวสุด ๆ นอกจากนี้กรุงอัมสเตอร์ดัมยังเป็นมืองศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญทวีปยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกด้วย 7.กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (Budapest, Hungary) กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ซึ่งเป็นเครื่องรับประกันความงดงามของเมืองหลวงแห่งนี้ กับพิกัดของเมืองหลวงสวย ๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค และโรแมนติกด้วยทำเลที่ตั้งริมแม่น้ำดานูบ แม่น้ำที่มีความยาวเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปยุโรป และสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอโคโลเนียลสุดอลังการ จนได้รับการขนานน้ำว่าเป็น “ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” 8.กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย (Vienna, Austria) กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย อีกหนึ่งพิกัดแห่งดินแดนแสนโรแมนติกของทวีปยุโรป กับบรรยากาศของเมืองเล็กแสนโรแมนติก ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สะอาดที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 2014 อีกด้วย ทั้งสวยงามและน่าอยู่แบบนี้ ก็ไม่แปลกใจที่ใคร ๆ ที่แวะเวียนมาที่กรุงเวียนนา จะหลงรักเมืองและปักหยุดให้กรุงเวียนนาเป็น Honeymoon Destination ในดวงใจของหลาย ๆ คน ด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติ อันรายล้อมไปด้วยแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญที่ทรงเสน่ห์ และสถาปัตยกรรมแบบยุโรปแท้ ๆ ที่สวยงสมอลังการ จึงทำให้กรุงเวียนนากลายเป็นที่หนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก 9.กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย (Moscow, Russia) กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย อีกหนึ่งเมืองเก่าแก่ของทวีปยุโรปที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก กับเมืองสวย ๆ อันทรงเสน่ห์ด้วยวัฒนธรรมสุดน่ารักในแบบฉบับของต้นเอง และสถาปัตยกรรมที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ที่ทำให้สักครั้งควรต้องได้มาเยี่ยมเยือน โดยเฉพาะนักเที่ยวชาวไทยที่สามารถเดินทางเข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าอีกด้วย (สะดวกสุด ๆ) และที่สำคัญคือการเดินทางท่องเที่ยวในกรุงมอสโคว์นั้นสะดวกสบาย ด้วยเป็นเมืองหลวงที่มีระบบขนส่งมวลชนคุณภาพดีที่สุดของโลกอีกด้วย ใครกำลังมองหาเมืองหลวงบรรยากาศดี ๆ คูล ๆ สถาปัตยกรรมอลังการอยู่ละก็ ล็อคเป้ากันกรุงมอสโคว์ไว้ได้เลย เพราะแค่ความงดงามของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินก็สวยงามอลังการติดระดับโลกแล้วทีเดียว 10.กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ (Athens, Greece) กรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ อีกหนึ่งเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนามมากกว่า 3,000 ปี ดินแดนแห่งอารยธรรมอันเป็นจุดเริ่มต้น และจุดกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของประชาธิปไตยอีกด้วย ที่นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ของคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนานแล้ว ภูมิประเทศของกรุงเอเธนส์เองก็สวยงามโดเด่นไม่แพ้ชาติใดในยุโรป กับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก ที่แม้จะดูเรียบง่าย แต่กลับมีชีวิตชีวา น่ารักสดใส และน่าประทับใจเป็นที่สุด ทั้งยังแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้ง ภูเขา ท้องทะเลสวย ๆ และหมู่เกาะจำนวนมาก กับความสวยงามของทัศนียภาพที่สมแล้วที่ได้รับการยกให้เป็นดินแดนของเทพเจ้าในตำนานกรีซโบราณ 11.กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (Stockholm, Sweden) กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เมืองแห่งความหลากหลาย ริมชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันออกที่ห้อมล้อมด้วยลำคลองและแม่น้ำหลากหลายสาย ลงตัวด้วยการผสมผสานระหว่างเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน กับเมืองสมัยใหม่ที่ทันสมัย ในรูปแบบที่น่ารักเป็นกันเอง ไม่เหมือนใคร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่ารักน่าเที่ยวของยุโรปเลยทีเดียว 12.กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ (Oslo, Norway) กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เมืองหลวงแห่งทะเลสาบ ขุนเขา และความอุดมสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ กับเมืองหลวงแห่งกิจกรรมกลางแจ้ง และการเฉลิมฉลอง ที่ต้องขอบอกว่ากรุงออสโลแห่งนี้มีงานเทศกาลแทบทุกเดือนตลอดทั้งปี นักเที่ยวสายธรรมชาติที่หลงรักความสนุกสนานครื้นเครง นืคือพิกัดเมืองหลวงน่าเที่ยวสุด ๆ สำหรับคุณ เพราะจะได้ทั้งดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงามอลังการ ไปพร้อม ๆ กับสีสัน ความน่ารัก และความอบอุ่นของชาวเมือง 13.กรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ (Reykjavik, Ireland) กรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์ เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ใกล้กับขั้วโลกเหนือมากที่สุด พิกัดเมืองหลวงสุดฮิปที่เป็นพื้นที่รวบความมหัศจรรย์แห่งปรากฏการณ์ธรรมชาติ ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) และ ปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora Light) ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงน่าเที่ยวโยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ที่ต้องไม่พลาดความพิเศษสุด ๆ ของปรากฏการณ์สุดอลังการที่กรุงเรคยาวิกแห่งนี้ 14.กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ (Warsaw, Poland) กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เมืองหลวงของดินแดนใจกลางทะทวีปยุโรป กับดินแดนอันสงบ เรียบง่าย และเป็นส่วนตัวของพื้นที่ราบริมแม่น้ำวิสทูลา อันเป็นเมืองศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหนัก และศูนย์กลางการศึกษาของทวีปยุโรป แต่แม้จะเป็ฯศูนย์กลางอุตสาหกรรมของทวีป กรุงวอร์ซอ ก็ยังคงงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลฉบับยุโรปแท้ ๆ แบบดั้งเดิม และด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความเก่าแก่คลาสสิคของตัวเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็ฯอย่างดี ทำให้กรุงวอร์ซอเป็ฯอีกหนึ่งเมืองสวย ๆ ของยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) อีกด้วย 15.กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน (Kiev, Ukraine) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปของประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งถูกขนานนามว่า “มารดาของเมืองทั้งปวง” กับ กรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน เมืองเก่าที่แวดล้อมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของมีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามและน่าสนใจ ในบรรยากาศแบบตะวันตกอันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองที่น่าค้นหา ทั้งจากสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และบรรยากาศเมืองสุดคลาสสิคของพิกัดดินแดนอันแสนลึกล้ำที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมในรูปแบบผสมผสามของเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งสภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่เมื่อครั้งอดีต ครบกันไปแล้วกับทั้ง 15 พิกัดของยุโรปใน “15 เมืองหลวงน่าเที่ยวของแต่ละประเทศ” ซัมเมอร์ปีนี้บินไกลไปเที่ยวยุโรปก็เก๋ไม่หยอกจริงไหม? ว่าแล้วบอกเลยว่าอดใจแทบไม่ไหว อยากไปสัมผัสบรรยากาศคูลๆ ท่ามกลางเมืองอันสวยงามติดอันดับโลกกันได้เลย จองทัวร์ยุโรป กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/europe-tour
10 ที่เที่ยวไต้หวัน ใกล้ MRT เดินทางสะดวก
พาเที่ยว
ไต้หวัน
10 ที่เที่ยวไต้หวัน ใกล้ MRT เดินทางสะดวก
เที่ยวไต้หวัน ทั้งทีขอเดินทางสะดวกไว้ก่อน เพราะอุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลเพื่อพักผ่อน ถ้าต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางหลายๆ ต่อ คงหมดความสนุกไปกว่าครึ่ง ใครที่มีแพลนไปทัวร์ไต้หวัน และอยากปักหมุดที่เที่ยวระดับแลนด์มาร์กซึ่งสามารถเดินทางได้ง่ายด้วย MRT ไต้หวัน เรารวบรวมมาฝากแล้ว กับ 10 ที่เที่ยวไต้หวัน ใกล้ MRT เดินทางสะดวก แต่ละที่คัดสรรมาแล้วว่าเดินทางสะดวกด้วย MRT ไต้หวัน แต่ถ้ายังชิลล์ไม่พอ ขี้เกียจแพลนทริปเอง รวมถึงไม่มีเวลาจองตั๋วเครื่องบินและที่พักเอง งานนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้ช่วยมือโปรอย่าง ทัวร์ครับ เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ที่ดีที่สุดไว้ให้คุณ แค่คลิกเบาๆ คุณก็สามารถเที่ยวไต้หวันง่ายๆ ด้วยสารพัดโปรแกรมทัวร์ไต้หวันหลากสไตล์หลายราคาพร้อมให้คุณเลือกสรร จองทัวร์ไต้หวัน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/taiwan-tour 10 ที่เที่ยวไต้หวัน ใกล้ MRT 1.อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค (Chiang Kai-Shek Memorial Hall) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองไทเป สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงอดีตผู้นำประเทศที่เป็นที่รักชาวไต้หวัน โดดเด่นตั้งแต่บริเวณทางเข้าซึ่งเป็นซุ้มประตูแบบจีนหลังคาสีน้ำเงิน เมื่อเดินผ่านเข้าไปจะพบกับอาคารหลังคาสีส้มที่ตั้งอยู่ 2 ฝั่ง โดยฝั่งซ้ายเป็นหอประชุมแสดงดนตรี ส่วนฝั่งขวาเป็นโรงละครแห่งชาติ ส่วนจุดไฮไลท์คือบริเวณในสุดตรงข้ามซุ้มประตูซึ่งเป็นตัวอาคารหลักสีขาว หลังคาเป็นทรงแปดเหลี่ยมสีน้ำเงิน สูง 76 เมตร ด้านในเป็นรูปปั้นทองสำริดของประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค การเดินทาง : อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MRT สถานี Chiang Kai-Shek Memorial Hall สาย 2 สีแดงและสาย 3 สีเขียว ออกที่ทางออก Exit 5 จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 400 เมตร 2. วัดหลงซาน (Lungshan Temple) สายมูห้ามพลาดกับการมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทเป ไม่ว่าจะเป็นพระประธานหลักอย่าง พระโพธิสัตว์กวนอิม รวมถึงเทพเจ้าองค์อื่นๆ ตามความเชื่อของชาวจีนมากกว่า 165 องค์ นอกจากการชมความงดงามของสถาปัตยกรรมภายในวัดโดยเฉพาะลวดลายแกะสลักตามซุ้มประตูและหลังคาแล้ว เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่าลืมหาจังหวะยืนอยู่ใต้โคมไฟสีเหลืองที่แขวนอยู่เรียงรายแล้วจุดธูปอธิษฐานขอพรจะนำความสงบร่มเย็นมาสู่ชีวิต การเดินทาง : วัดหลงซานอยู่ติดกับทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Longshan Temple Station สายสีน้ำเงิน ให้ออกที่ทางออก Exit 1 จะเจอกับซุ้มประตูทางเข้าวัด 3.ตึกไทเป 101 (Taipei 101) โดดเด่นเป็นสง่าสมกับเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองไทเป สำหรับ ตึกไทเป101รวมถึงเป็นตึกที่สูงที่สุดของไต้หวัน โดยมีความสูงถึง 508 เมตร มีทั้งหมด 101 ชั้นและชั้นใต้ดินอีก 5 ชั้น ที่ชั้น 1-5 จะเป็นส่วนของห้างสรรพสินค้าที่มีร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ให้ชมช้อปชิมชิลล์ ๆ โดยที่ชั้น 5 จะมีจุดขายตั๋วสำหรับขึ้นลิฟท์ไปยังจุดชมวิวที่ชั้น 89 (ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีด้วยลิฟท์สุดไฮเทคความเร็ว 1010 เมตรต่อนาที) หรือถ้าอยากสูดอากาศพร้อมรับลมธรรมชาติสามารถขึ้นบันไดต่อไปที่ลานชมวิวกลางแจ้งที่ชั้น 91 ได้ การเดินทาง : ตึกไทเป 101 อยู่เชื่อมกับสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Taipei 101/World Trade Center Station สายสีแดง ทางออก Exit 4 4.เขาเซี่ยงซาน (Xiangshan Elephant Mountain) อยากชมวิวเมืองไทเปและตึกไทเป 101 ในฟีลลุย ๆ บนเขาที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเขียวขจี แนะนำให้มาที่ เขาเซี่ยงซานหรือเขาช้าง ซึ่งเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายหัวช้าง ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของชานเมืองไทเป เส้นทางขึ้นเขาเซี่ยงซานมีระยะทางประมาณ 500-600 เมตร ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แม้จะเดินจนเมื่อยขาเนื่องจากต้องขึ้นบันไดตลอดทาง แต่รับรองคุ้มกับภาพทิวทัศน์สวย ๆ ยิ่งมาช่วงพระอาทิตย์ตกดินไปหรือช่วงค่ำ แสงไฟของเมืองระยิบระยับจับตายิ่งงดงามมาก ๆ การเดินทาง : สุดสายของสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Xiangshan Station สายสีแดง ให้ออกที่ทางออก Exit 2 แล้วเดินตรงไปประมาณ 500 เมตรตามสวนไปเรื่อยจนสุด แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงขึ้นเนินไปเรื่อย ๆ จะเห็นป้ายที่เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งจะเป็นบันไดยาวเข้าไปในป่าเดินขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงจุดชมวิวบนเขาเซี่ยงซาน 5.ย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง (Ximending) จุดหมายปลายทางของเหล่านักช้อปและนักชิมต้องยกให้ ย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง โดยที่นี่เป็นย่านช้อปปิ้งของเหล่าวัยรุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไต้หวัน มีฉายาว่า ฮาราจูกุแห่งไทเป ใครกำลังมองหามองหาแหล่งช็อปปิ้ง อินเทรนด์ สไตล์วัยรุ่นไต้หวัน มาที่นี่รับรองไม่ผิดหวัง มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม มากมายให้ละลายทรัพย์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้ทำเพียบ เพราะมีทั้งร้านคาราโอเกะ ร้านเกม โรงภาพยนตร์ ตลาดงานคราฟต์ ร้านสัก (บาร์ เลาจ์ก็มีด้วยนะตัวเธอ) การเดินทาง : ย่านช้อปปิ้งซีเหมินติง ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Ximen Station ของสายสีเขียวและสายสีน้ำเงิน โดยให้ออกที่ทางออก Exit 6 6.พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan Museum) พิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของไต้หวัน อยู่ภายในสวนสันติภาพ 228 จัดแสดงอยู่ภายในอาคารรูปทรงตะวันตกแบบกรีกดอริกที่สวยงามแปลกตา ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงแบ่งออกเป็นทั้งหมด 5 หัวข้อ มานุษยวิทยา, ธรณีวิทยา, สัตว์วิทยา, พฤกษศาสตร์ และการศึกษา ซึ่งทั้งหมดจะเกี่ยวพันถึงหลายแง่มุมของเกาะไต้หวัน นอกจากได้ความรู้รอบด้านแล้ว ยังได้ดื่มด่ำกับความงามของสถาปัตยกรรมภายในอาคารอีกด้วย โดยเฉพาะความวิจิตรของเสาที่ประดับด้วยรูปปั้นปูนแกะสลักต่าง ๆ การเดินทาง : พิพิธภัณฑ์แห่งชาติไต้หวัน ตั้งอยู่ภายในสวนสันติภาพ 228 ทางทิศเหนือใกล้กับทางออก Exit 4 ของสถานีรถไฟใต้ดิน MRT NTU Hospital Station สาย 2 สีแดง 7.วัดซงซานฉือโย่ว (Songshan Ciyou Temple) วิจิตรตระการตาตั้งแต่ภายนอกยันภายในต้องยกให้วัดนิกายเต๋าแห่งนี้ โดยวัดซงซานฉือโย่วสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1753 เพื่อสักการะบูชาเจ้าแม่ทับทิม (Mazu) เทพธิดาแห่งท้องทะเลที่ชาวประมงจีนนับถือ วัดมีวิหารหลักขนาดใหญ่สูง 6 ชั้น ภายในมีเทพตามลัทธิเต๋าประดิษฐานอยู่มากมาย โดดเด่นด้วยงานปั้นและงานแกะสลักที่ละเอียดประณีต แนะนำให้มาช่วงค่ำเพราะวัดจะงดงามเรืองรองจากการเปิดโคมไฟและไฟประดับ แถมยังเป็นเวลาที่เหมาะแก่การเดินเที่ยวต่อที่ตลาดเหราเหออีกด้วย การเดินทาง : วัดซงซานฉือโย่ว อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Songshan Station ให้ออกที่ทางออก Exit 1 เดินตรงออกมานิดหน่อย จะเห็นวัดนี้อยู่ข้างหน้าเยื้องไปทางขวามือ (อยู่หน้าทางเข้าตลาดกลางคืนเหราเหอ) 8.ตลาดกลางคืนเหราเหอ (Raohe Night Market) มาไต้หวันทั้งที ถ้าไม่เดินตลาดกลางคืนถือว่าพลาด เพราะเป็นกิจกรรมยอดฮิต เป็นวัฒนธรรมที่คนไต้หวันคุ้นชินและภาคภูมิใจมาก หนึ่งในไนท์มาร์เก็ตระดับท็อปของไทเปก็คือ ตลาดกลางคืนเหราเหอ ไนท์มาร์เก็ตที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทเป ตอบโจทย์ทั้งสายกินและสายช้อปด้วยสารพัดร้านค้า รถเข็น แผงลอย เต็มตลอดสองข้างทาง ด้วยโลเคชั่นที่ตั้งอยู่บนถนนเหราเหอซึ่งทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำจีหลง ยาวประมาณ 600 เมตร จึงสามารถซื้อของกินจากที่นี่หิ้วไปหม่ำริมน้ำได้ การเดินทาง : ตลาดกลางคืนเหราเหอ อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Songshan Station ให้ออกที่ทางออก Exit 1 เดินตรงออกมานิดหน่อย จะเห็นทางเข้าตลาดอยู่ทางซ้ายมือ 9.กระเช้าเมาคง (Maokong Gondola) กระเช้าเมาคงเป็นเคเบิลคาร์สำหรับขึ้นภูเขาเมาคง ระยะทาง 4.3 กิโลเมตร มีสถานีให้ลง 4 จุด สถานีแรกอยู่ข้างสวนสัตว์ไทเป สถานีที่สองอยู่ที่ประตูทางออกด้านหลังของสวนสัตว์ไทเป สถานีที่สามอยู่ใกล้กับวัดซื่อหนาน ส่วนสถานีปลายทางเป็นที่ตั้งของเมาคง หมู่บ้านเล็ก ๆ แสนสงบ เป็นแหล่งปลูกชา มีร้านอาหาร ของกินเล่น และร้านน้ำชาให้เลือกชิลล์ตามชอบ โดยระหว่างทางที่นั่งกระเช้านักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพของเมืองและภูเขาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้อันเขียวขจี การเดินทาง : นั่ง MRT สายสีน้ำตาลมาลงที่ MRT Taipei Zoo Station จากสถานี Taipei Zoo เดินมายังจุดขึ้นกระเช้าเมาคง (Maokong Gondola) ระยะทางประมาณ 400 เมตร 10.ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ฮว่าซาน (Huashan 1914 Creative Park) เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าฮิปสเตอร์รวมถึงสายอาร์ต เพราะศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฮว่าซาน เป็นสวนอเนกประสงค์และพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับงานศิลปะของไทเป รวมไปถึงการแสดงต่าง ๆ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านหนังสือ ลานแสดงดนตรี นิทรรศการ เน้นที่อยู่นอกกระแส ในส่วนของร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าของที่นี่ก็อาร์ตไม่แพ้กัน แต่ละร้านล้วนมีดีไซน์และกิมมิคชวนประทับใจ เรียกว่าเป็นที่เที่ยวที่อัดแน่นไปด้วยมุมถ่ายรูปเก๋ๆ เหมาะสำหรับอัพโซเซียลเรียกไลค์เป็นอย่างยิ่ง การเดินทาง : ศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ฮว่าซาน อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Zhongxiao Xingsheng Station ให้ออกที่ทางออก Exit 1 แล้วเดินตรงไปประมาณ 300 เมตร ข้ามถนนใต้ด่วนแล้วจะเห็นศูนย์ความคิดสร้างสรรค์นี้อยู่ทางขวามือ MRT ไต้หวัน ถือเป็นระบบขนส่งมวลชนที่มีความสะดวกที่สุดในเมืองไทเป เฉลี่ยแล้วขบวนรถจะมาทุก ๆ 3-5 นาที สำหรับที่เที่ยวไต้หวันทั้ง 10 นี้สามารถเดินทางง่าย ๆ ได้ด้วย MRTไต้หวัน โดยเมื่อออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน สามารถเดินเท้าต่อใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่เที่ยวเลย ไม่ต้องนั่งรถบัสหรือแท็กซี่ต่อให้เปลืองเงิน เรียกว่าครบทั้งความสะดวกและรวดเร็ว
10 ของฝากไต้หวัน ซื้อกลับได้ไม่ผิดหวัง
พาเที่ยว
ไต้หวัน
10 ของฝากไต้หวัน ซื้อกลับได้ไม่ผิดหวัง
เที่ยวไต้หวัน เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ครบรสมาก ไต้หวันประเทศไม่ใหญ่มาก แต่ความสวยงามและเรื่องเที่ยวไม่แพ้ที่ไหนๆ เลย และที่เหนือไปกว่านั้นค่าใช้จ่ายไม่แพง คุ้มค่าดีงามด้วยของกินอร่อย ที่สำคัญคือของฝากติดมือเด็ดมาก ซึ่งเราก็รวมมาให้ด้วย สำหรับ ของฝากไต้หวัน ซื้อกลับได้ไม่ผิดหวัง ไปเที่ยวกันให้ฟิน แล้วตามติดความอินกลับมาเฝื่อแผ่คนอื่นๆ ต่อได้ด้วย จองทัวร์เที่ยวไต้หวัน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/taiwan-tour 1.เครื่องรางวัดหลงซาน (Longshan Temple Amulet) เปิดฤกษ์ของฝากกันด้วยแรงและพลังแห่งศรัทธากันก่อนเลย กับของฝากอันเป็นสิริมงคลอย่าง เครื่องรางวัดหลงซาน (Longshan Temple Amulate) เครื่องรางจากวัดดังที่เป็นที่นิยมในเรื่องของความศักดิสิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวไต้หวัน และนักท่องเที่ยวจากเกือบทั่วทุกมุมโลก เพื่อนคนไหนหรือใครในครอบครัวกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่ บอกเลยของฝากชิ้นนี้ช่วยได้ เก๋มั้ยล่ะ ? 2.พายสัปปะรดเจียเต๋อ (CHIA TE Pineapple Pie) ของฝากยอดนิยมสำหรับคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวไต้หวัน กับขนมอร่อย ๆ ทานง่าย จะกินจริงเอาแบบให้อิ่มอยู่ท้อง หรือจะทานเล่นเพลิน ๆ ก็ดีงานตามใจปากไม่แพ้กัน สายหวานสายขนมรับรองว่าต้องเพลิดเพลินกับของฝากชิ้นนี้อย่างแน่นอน แต่จะเพลินให้สุด ต้องพายสับปะรดทีเด็ดของไต้หวันอย่าง พายสัปปะรดเจียเต๋อ (CHIA TE Pineapple Pie) 3.ขนมเปี๊ยะเผือก (Crystal Taro Cake) ยังคงอยู่กันต่อกับของฝากสำหรับคนรักการกิน อย่าง ขนมเปี๊ยะเผือก (Crystal Taro Cake) อีกหนึ่งขนมของฝากยอดนิยมของไต้หวัน ที่โด่งดังขึ้นชื่อไม่แพ้พายสับปะรดไต้หวันเลย กับการรับประกันความอร่อยด้วยความออริจินัล ต้นฉบับ เพราะ ขนมเป๊ะเผือกที่เราเห็น ๆ กัน ก็มีถิ่นกำเนิดมาจาก ขนมเปี๊ยะเผือก (Crystal Taro Cake) ของไต้หวันนี้เอง รู้อย่างนี้แล้วพลาดไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ บอกได้เลยว่าชิ้นเดียวไม่เคยพอ 4.แครกเกอร์ตังเม (Nougat Cracker) มาถิ่นขนมและของหวานอร่อยอย่างไต้หวันทั้งที ขนมที่เป็นของฝากก็ต้องมีดีหลายอย่างสินะ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งขนมของฝากเก๋ ๆ ที่ดูดีทั้งหลายตาและรสชาติ กับขนมท้องถิ่นไต้หวัน อันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่เหมือนที่อื่นอีกด้วย กับ แครกเกอร์ตังเม (Nougat Cracker) ที่แป้งแครกเกอร์เด็ดไม่แพ้ใครด้วยลักษณะเฉพาะตัวของขนมท้องถิ่นไต้หวัน ที่นำแป้งแครกเกอร์ผสมกับต้นหอม ซึ่งให้ทั้งความหอมเฉพาะตัว และรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ กลมกล่อมลงตัว 5.ชานมไต้หวันแบบขวด ของดีขึ้นชื่อของไต้หวันที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนลือไกลไปทั่วโลก กับชานมไต้หวัน ที่ต้องบอกว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่มาถึงถิ่นกำเนิดชานมไต้หวันทั้งที นอกจากจะลองรสชาติออริจินัลต้นฉบับแท้ ๆ กันแล้ว ก็ซื้อ ชานมไต้หวันแบบขวด (Taiwanes Milk Tea To Go) ติดมือกลับบ้านไปทั้งเอาไปเป็นของฝาก ทั้งเอากลับไปฟินต่อที่บ้าน ดีงามสุด ๆ 6.น้ำแร่และเครื่องสำอางแบรนด์โอกุมะ (Oguma) ขอขอบคุณรูปภาพจาก Official Facebook Fanpage : Oguma Thailand ยังคงอยู่ต่อกับของเหลว แต่คราวนี้ไม่ใช่เครื่องดื่ม แต่เป็นเครื่องสำอางทีเด็ดขึ้นชื่อของไต้หวัน อย่าง น้ำแร่และเครื่องสำอางแบรนด์โอกุมะ (Oguma) แบรนด์เครื่องสำอางที่มีถิ่นกำเนิดในไต้หวัน ผลิตมาจากน้ำแร่ของไต้หวันแท้ ๆ เป็นส่วนผสมหลัก ที่ต้องบอกว่าสาว ๆ ทั้งหลานต้องกรี๊ดสลบอย่างแน่นอน เมื่อเห็นราคาต้นฉบับที่ถิ่นกำเนิด ส่วนหนุ่ม ๆ คนไหนที่เล็งของฝากสำหรับสาว ๆ อยู่ละก็ นี่แหละคำตอบที่คุณตามหาอยู่ ซื้อOGUMA กับ ลาซาด้า >> คลิกตรรงนี้ 7.ไทม์เลส ทรูธ มาส์ก (Timeless Truth Mask) ขอขอบคุณรูปภาพจาก Official Facebook Fanpage : Timeless Truth Mask อยู่กันต่อกับเรื่องความสวยความงาม กับ ไทม์เลส ทรูธ มาส์ก (Timeless Truth Mask) มาส์กหน้าสัญชาติไต้หวัน ที่โด่งดังไปไกลทั่วโลก และยังได้รับความยอมรับอย่างแพร่หลาย จนถูกนำไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์ในโรงแรมระดับ 4 ดาวเป็นเครื่องการันตีคุณภาพคับแก้วของมาส์กหน้าไต้หวันแบรนด์นี้ 8.คาวาลาน วิสกี้ (Kavalan Whisky) คาวาลาน วิสกี้ (Kavalan Whisky) วิสกี้ตัวท็อปสัญชาติไต้หวัน ที่ติดอันดับวิสกี้รสเลิศอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งผ่านกรรมวิธีการบ่มอย่างพิถีพิถัน ทั้งยังได้อุณหภูมิที่กำลังะพอเหมาะพอดีของไต้หวันเป็นตัวขับกล่อมรสชาติ และความหอมหวานที่นุ่มนวลของคาวาลาน วิสกี้ (Kavalan Whisky) จนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร รับรองว่าถูกใจคอวิสกี้อย่างแน่นอน 9.พวงกุญแจที่ระลึกแบบฉบับไต้หวัน (Taiwanese Key Chain) มาถึงของฝากราคาเบา ๆ สบายกระเป๋าที่ซื้อเก็บเอาไว้เผื่อเจอใคร ก็สามารถเอาไปฝากได้ให้ไม่ต้องมีใครน้อยใจว่าไม่คิดถึงพวกเค้ากันได้ยังไงได้ อย่าง พวงกุญแจที่ระลึกแบบฉบับไต้หวัน (Taiwanese Key Chain) ของฝากชิ้นเล็ก ๆ แต่น่ารักคับกล่อง ทั้งยังราคาชิลล์ ๆ แบบที่เลือกซื้อกลับมาได้ทุกแบบ แถมยังมีกิมมิคสไตล์ไต้หวันที่แท้ทรูอีกด้วย 10.รองเท้าผ้าใบ (Sneaker Shop) รองเท้าผ้าใบ (Sneaker Shoes) อีกหนึ่งท็อปลิสต์ของช้อปปิ้ง ของฝากทีเด็ดจากไต้หวัน ที่ไม่ว่าใครมาเที่ยวไต้หวันก็ต้องมีติดไม้ติดมือ สำหรับตัวเอง และคนสนิทกันคนละคู่ สองคู่เป็นอย่างน้อย เพราะทั้งราคาโดนใจ และยังมีแบบให้เลือกหลากหลายละลานตามากอีกด้วย เรียกได้ว่าเคยเห็น Sneaker รุ่นไหนเตะตาโดนใจ บอกมาได้เลยที่ไต้หวันมีหมดแน่นอน ใครว่าหาของฝากให้เด็ก ๆ และวัยรุ่นยากเย็น พุ่งมามุมนี้กันเลย จบหมดปัญหา ครบไปแล้วกับ ทั้ง 10 อย่างกับ “10 ของฝากไต้หวัน ซื้อกลับได้ไม่ผิดหวัง” แบบนี้รับรองได้เลยว่าคนรอบตัวคุณจะได้ฟินกับไต้หวันผ่านทางของฝากไม่ต่างจากคุณเลย แล้วต่อจากนี้ไปคิดจะไปไต้หวันอีกสักกี่รอบ ก็มีแต่คนเชียร์ให้ไปเที่ยวไต้หวันกันอย่างแน่นอน ว่าแล้วลิสต์กันไว้เลย
เที่ยวพม่า 2 คืน ไหว้พระก็ได้ ช้อปปิ้งก็ดี
พาเที่ยว
พม่า
เที่ยวพม่า 2 คืน ไหว้พระก็ได้ ช้อปปิ้งก็ดี
เที่ยวพม่า หลายๆ คนอาจคิดว่า ไปไหว้พระอย่างเดียวไม่ค่อยมีอะไรให้เที่ยวมากมาย แต่เที่ยวพม่ามีมากกว่านั้น ไปเที่ยว 2 คืนก็เก๋ไก๋ และเที่ยวสนุกได้น้อย ตามเรามาได้เลย เที่ยวพม่า 2 คืน ไหว้พระเก็บแต้มบุญได้ครบแถมช้อปปิ้งสนุกด้วย ใครพร้อมแล้วก็เตรียมเก็บกระเป๋ามาพร้อมเราได้เลย จองทัวร์ เที่ยวพม่า 2 คืน กับ ทัวร์ครับ คลิกทางนี้ https://tourkrub.co/myanmar-tour/day-3d มาเที่ยวพม่ากันเลยกับทริป สั้น ๆ ชิลล์ ๆ แบบ 3 วัน 2 คืนในเมืองย่างกุ้ง เปิดวาร์ปมาโพล่ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติย่างกุ้ง เมื่อย่างเท้าก้าวแตะเข้าสู่เมืองย่างกุ้งแล้วๆ จะรออะไร สิ่งแรกที่ต้องทำก็คงหนีไม่พ้น การออกตะลอนเที่ยวไปกันเลย และสำหรับพิกัดเที่ยวแห่งแรกของทริปย่างกุ้งก็คงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจาก Landmark สำคัญที่โด่งดังที่สุดของเมือง และของประเทศพม่าด้วยก็ว่าได้ กับการเปิดฤกษ์เที่ยวแบบเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัย กันที่ เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) สถานที่ท่องเที่ยวอันเป็น Landmark สำคัญของเมือง กับมหาเจดีย์สีทองอร่ามอันโดดเด่น ตั้งตระหง่าใจกลางเมือง ด้วยขนาดใหญ่โตอลังการมีความสูงเกือบ 100 เมตร ที่สวยงามตระการตา ศูนย์รวมแห่งจิตใจของชาวย่างกุ้ง และชาวพม่า กันศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของเมอืงอันเป็นที่ประดิษฐานพระเกษาธาตุจำนวน 2 เส้นของพระพุทธเจ้า ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว ๆ 2,000 ปีก่อน ได้รับการออกแบบและตกแต่งอย่างประณีตวิจิตรบรรจง ประดับประดาด้วยเพชรกว่า 5,448 เม็ด พิกัด : Shwedagon Pagoda ชื่นชมความงามอันล้ำค่าของพิกัดแลนด์มาร์คท็อปลิสต์ของเมืองย่างกุ้ง พร้อมทั้งกราบไหว้ขอพร นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองย่างกุ้งไปอย่างเป็นทางการ ก็ได้เวลาออกดื่มด่ำชื่นชมบรรยากาศของเมือง และวิถีชีวิตของผู้คนชาวเมืองย่างกุ้งกันบ้างแล้ว กับ ทะเลสาบกันดอว์จี (Kan Daw Gyi Lake) พื้นที่สีเขียวสุดคลูใจกลางเมืองย่างกุ้ง ทะเลสาบกันดอว์จี (Kan Daw Gyi Lake) หรือทะเลสาบหลวง กับทัศนียภาพสุดชิลล์ของทะเลสาบกลางเมืองท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรร์ของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัว พร้อมด้วยอากาศแสนบริสุทธิ์ที่ชุ่มชื่นปอดแบบสุด ๆ นอกเหนือจากบรรยากาศสุดผ่อนคลายแล้ว ทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นพิกัดศูนย์รวบกีฬาทางน้ำกลางแจ้งของย่างกุ้งอีกด้วย โดยไฮไลท์เด็ดและมุมถ่ายรูปสวย ๆ ของพิกัดแห่งนี้ อยู่ที่สะพานไม้สุดชิคที่ทอดตัวยื่นออกไปสู่ใจกลางทะเลสาบ พิกัด : Kan Daw Gyi Lake หลังจากอิ่มตา อิ่มใจกับทัศนียภาพของเมืองย่างกุ้งที่สวยงาม ของพิกัดอันเป็นแลนด์มาร์คยอดฮิตของเมืองกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาปิดท้ายการเที่ยววันแรกที่ย่างกุ้งด้วยมื้อเด็ด กับอีกหนึ่งไฮไลท์ของเมืองที่ ภัตตาคารเรือการะเวก (Karaweik Palace) ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันกับ ทะเลสาบกันดอว์จี (Kan Daw Gyi Lake) ภัตตาคารเรือการะเวก (Karaweik Palace) ภัตตาคารอันมีชื่อเสี่ยงโด่งดัง และโดดเด่นของเมืองย่างกุ้ง ซึ่งขึ้นชื่อด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยสถาปัตยกรรมภายนอกที่เลียนแบบมาจากเรือพระที่นั่งเก่าแก่อายุราว ๆ เกือบ 50 ปี ของกษัตริย์พม่า ที่มีลักษณะหัวเป็นรูปร่างของหัวนกการะเวก ที่มีเอาไว้สำหรับรับรองแขกบ้านแขกเมืองของย่างกุ้งในอดีต บนทำเลที่ตั้งสุดไพร์มเหนือทะเลสาบใจกลางเมือง อันมีฉากหลังเป็นมหาเจดีย์ชเวดากองสุดอลังการ ที่ต้องบอกว่าทานมื้อค่ำ จานเด็ดที่นี่ ได้ทั้งอิ่มท้อง อิ่มตา และอิ่มใจไปพร้อม ๆ กัน พิกัด : Karaweik Palace , Yangon ปิดวันแห่งการเที่ยวย่างกุ้งในวันแรก แล้วไปพักเอาแรงสำหรับการเที่ยวในวันต่อไปก่อนดีกว่า สำหรับการตะลอนทัวร์เที่ยวย่างกุ้งในวันที่สองนี้ เรียกว่ามีครบรสทั้งที่เที่ยวไหว้พระขอพร ทำบุญสั่งสมบารมี และที่ช้อปปิ้งดี ๆ ตามวิถีโลว์คอล แค่เกริ่นก็อดใจไม่ไหวแล้ว ไปกันเลยกับวันที่สอง ที่ วัดเทพทันใจ (Botahtaung Pagoda) วัดเทพทันใจ (Botahtaung BoBoGyi) อันที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านความศักดิ์สิทธิ์ ขอพรได้อย่างที่ใจปรารถนา ที่เป็นที่นิยมไกลไปถึงเมืองไทยเลยที่เดียว วัดอันเป็นที่ประดิษฐานของเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ที่เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนทั่วเอเชียเลยก็ว่าได้ มาถึงพิกัดแห่งแรงปรารถนาและความสมหวังทั้งทีแล้ว ใครตั้งใจมาขอพรอะไร หรือปรารถนาสิ่งใดก็อธิษฐานจิตตั้งใจกันให้ดี แล้วก็เข้าไปขอพรก็อย่าลืมทำการบ้านกันมาให้ดีด้วยนะ ว่าเค้ามีพิธีการขั้นตอน และทริคการขอพรยังให้ได้ตามปราถนา จะได้สมหวังดั่งใจกลับบ้านกันไปนะ พิกัด : Botahtaung BoBoGyi ได้ไหว้พระขอพรอิ่มใจกันไป ก็ได้เวลาอิ่มท้องตามมา ว่าแล้วก็มุ่งหาพุ่งไปหาอีกหนึ่งร้านดังสุดคลู ที่เรียบหรู แต่อลังการกันดีกว่า ขอขอบคุณรูปภาพจาก Official Facebook Page : ร้าน Acacia Tea Salon Acacia Tea Salon ร้านอาหารและ Café เจ้าดังของเมืองย่างกุ้ง ที่ตกแต่งร้านสุดน่ารัก เรียบหรูดูสบายด้วยโทนสีขาวในแบบฉบับสไตล์ British แท้ ๆ กับการออกแบบตกแต่งในแบบของเมืองผู้ดีตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน ไล่ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์กันทีเดียว ส่วนเรื่องรสชาติอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากหน้าตาจะสวยงามตั้งแต่รูปลักษณ์ทั้งเมนูของคาว รายการอาหารหวาน เบเกอรี่ของว่าง ไปจนถึงเครื่องดื่มอันเป็นกิมมิคของร้านอย่าง ชุดน้ำชา High Tea ยามบ่ายแล้ว รสชาติความอร่อยก็มาครบแบบจัดเต็มทุกรสชาติไม่แพ้หน้าตาอาหารเลย พิกัด : Acacia Tea Salon , Yangon เพลินเพลินกับอาหารอร่อย ๆ จนกินอิ่มพุงกางแล้ว ก็ถึงเวลาออกไปเดินช้อปปิ้งย่อยอาหารที่ทานเข้าไปกันบ้าง ที่ ไชน่าทาว์นย่างกุ้ง (China Town) อีกหนึ่งพิกัดฮิปของเมืองย่างกุ้ง ไชน่าทาว์นย่างกุ้ง (China Town) ย่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองและของฝากเก๋ ๆ และยังเป้นพิกัดย่านอาหารโลว์คอลแนวสตรีทฟู้ดของเมืองย่างกุ้ง ในบรรยกาศฮิป ๆ แบบคูล ๆ ตามวิถีของชาวพื้นเมืองย่างกุ้ง ที่น่ารักและมีมนต์เสน่ห์ไม่แพ้กับย่านไชน่า ทาว์นของประเทศอื่น ๆ เลยทีเดียว ว่าแต่ว่าใครจะรู้จริงมั้ยว่าพม่าก็มีไชน่า ทาว์น พิกัด : China Town , Yangon หลังจากเดินเล่นเพลิน ๆ จนเกือบลืมเวลา แถมยังช้อปปิ้งได้ของใช้ ของที่ระลึก และของฝากติดมือมาพะรุงพะรัง ว่าแล้วก็ได้เวลากลับเข้าพักเก็บข้าวเก็บของ และพักเท้าพักร่าง ให้พร้อมสำหรับวันสุดท้ายของการเที่ยวย่างกุ้งดีกว่า ส่วนเรื่องมื้อค่ำก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะตลอดทางที่ช้อปปิ้ง เราก็ได้แวะหยิบฉวยของกินน่าอร่อยตามสตรีทฟู้ดในย่านน่าทาว์นมาพร้อม รับรองว่าค่ำคืนนี้ยังได้บันเทิงกระเพราะกันอีกยาว รับอรุณรุ่งวันสุดท้ายในย่างกุ้งกันอย่างเบิกบาน ด้วยการปิดท้ายทริปเที่ยวพม่าแต่เช้าด้วยการไปไหว้พระขอพร และนมัสการอีกหนึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองย่างกุ้ง กันที่ เจดีย์สุเล (Sule Pagoda) เจดีย์สุเล (Sule Pagoda) เจดีย์เก่าแก่อายุมากกว่า 2,000 ปีที่อยู่คู่เมืองย่างกุ้งมาอย่างช้านาน ยาวนานกว่ามหาเจดีย์ชเวดากองซะอีก กับเจดีย์สุเล เจดีย์ใจกลางเมืองที่แท้ทรู ด้วยตั้งอยู่บนเกาะกลางถนนสายหลักของเมือง ราวกับเป็นอนุสาวรีย์อีกแห่งหนึ่งของเมือง ด้วยทำเลที่ตั้งที่ไม่เหมือนใครที่ว่าโดดเด่นสะดุดทุกสายตาแล้ว รูปลักษณ์ภายนอกของตัวเจดีย์ก็เด่นสง่าตระการตาด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยมสีทองอร่าม กับความสูงกว่า 46 เมตรอันโอ่อ่าที่พาให้สะกดสายตาทุกคู่ อันเป็นที่ประดิษฐานเส้นพระเกษาธาตุของพระพุทธเจ้าอันควรค่าแก่การสักการะ พิกัด : Sule Pagoda อิ่มเอมใจกับการนมัสการพระเกศาธาตุกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามสูตรก็ได้เวลารื่นเริงบันเทิงกับอาหารจากร้านดังฮิป ๆ ตามสไตล์ฮิปสเตอร์กลางเมืองย่างกุ้งบ้างดีกว่า กับร้านชิค ๆ ถูกใจวันรุ่น วันทีน คนทำงานกันที่ ร้าน Rangoon Tea House ขอขอบคุณรูปภาพจาก Official Facebook Page : ร้าน Rangoon Tea House Rangoon Tea House ร้านอาหารพื้นเมืองพม่าฟิวชั่นที่ดูดีเว่อร์ให้สมกับการเป็นร้านชิค ๆ ในเมืองหลวงเก่าอย่างเมืองย่างกุ้ง คาเฟ่สไตล์โคโลเนียลเท่ ๆ สุดทันสมัย กับการผสมผสานความทันสมัยและความคลาสสิคให้เข้ากันได้อย่างลงงตัว เข้ากันกับลักษณะอาหารในร้านที่เป็นอาหารแนวฟิวชั่นเข้ากับยุคสมัย นอดจากบรรยากาศสุดคูลของร้านแล้ว ทีเด็ดของร้านนี้อยูที่เจ้าเมนูเด็ดสูตรลับเฉพาะของทางร้านอย่าง Rib Rack Bao เมนูหน้าตาคล้ายหมั่นโถว กับซี่โครงหมูหมักย่างราสซอสสุดพิเศษที่ถูกห่อหุ้มด้วยแป้งสีขาวจั๊วเนื้อนวลนุ่มสุดละมุมนลิ้น ที่ทำให้อาหารท้องถิ่นดูมีราคาขึ้นอย่างน่าประหลาดในรสชาติออริจินอลที่ลงตัว กับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่างชาชัก ชารสเลิศหอมหวานกำลังดีรสนุ่มละมุน พิกัด : Rangoon Tea House , Yangon แล้วปิดท้ายกับพิกัดการช้อปิ้งอันเป็นที่สุดของเมืองย่างกุ้ง เป็นการปิดท้ายทริปย่างกุ้งแบบสวย ๆ ในสไตล์คนชอบช้อป ที่ ตลาดสก๊อต (Scott’s Market) ตลาดสก๊อต (Scott’s Market) หรือที่ชาวพม่ารู้จักกันในชื่อ “Bogyoke Aung San Market” ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองย่างกุ้ง พิกัดแห่งศูนย์รวมสินค้าของย่างกุ้ง ที่ไม่ว่าจะหาซื้ออะไรก็สามารถหาได้จากที่นี่ โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยว พิกัดแห่งนี้คือโลเคชั่นดี ๆ ที่เป็นสวรรค์ของนักเที่ยวสายช้อป ที่ได้รวบรวมทุกสรรพสิ่งที่สามารถซื้อหาได้มาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นอัญมณี เครื่องประดับ ของตกแต่ง สิ่งทอท้องถิ่น ของฝาก ของกิน ไปจนถึงของฝากดังประจำเมืองพม่า อย่าง ทานาคา ก็มีไว้ให้ช้อปกันจนเพลิน มีของเต็มไม้เต็มมือกลับเมืองไทยเลยทีเดียว พิกัด : Scott’s Market , Yangon ครบกันแล้วกับการเที่ยวสะสมแต้มบุญ และสะสมพิกัดเช็คอินการท่องเที่ยวสุดเก๋ ในวันว่างสบาย ๆ แบบ 3 วัน 2 คืนกับ “เที่ยวพม่า 2 คืน ไหว้พระก็ได้ ช้อปปิ้งก็ดี” ที่จะทำให้คุณลองหันมามองเมืองย่างกุ้งในมุมมองใหม่ ๆ ดูบ้าง
พาเที่ยวตุรกี เมือง 2 ทวีป (เมืองแห่งแมวอ้วน)
พาเที่ยว
ตุรกี
พาเที่ยวตุรกี เมือง 2 ทวีป (เมืองแห่งแมวอ้วน)
ตุรกี เมืองแห่งแมวอ้วนนน ตุรกี เมือง 2 ทวีป ค่าครองชีพเท่า ไทย!! ตุรกี ครั้งแรก ทุกอย่างอะไรจะเป็นใจขนาดนี้ ท้องฟ้าเปิด อากาศดี เพื่อนร่วมทริปน่ารัก ทริปนี้ เราลองไปกับทัวร์ครั้งแรก เราใช้บริการ จองทัวร์ตุรกี กับทัวร์ครับ (Tourkurb) และได้ทีมงาน Let's go ดูแลเราทั้งหมด แพ็กเกจเที่ยวตุรกีครั้งนี้9 วัน 6 คืน บินตรง ตุรกีแอร์ไลท์ทำให้รู้ว่าคิดไม่ผิดที่มากับทัวร์ เพราะแต่ละสถานที่ไกลกันมากกกก และมากับทัวร์ ก็สนุกไปอีกแบบจริงๆนะ แถมสะดวกสบายสุดๆตั้งแต่ตอนตื่นนอนยันเข้านอนเลยทีเดียว แถมพี่ไกด์น่ารักมากๆ (พี่บิ๊ก)สถานที่สวย ผู้คนน่ารัก อากาศดี๊ดี พูดถึงอาหาร ก็พอรับได้นะ ไม่ได้แย่ แต่อยู่หลายวันก็แอบคิดถึงอาหารไทย และสถานที่ ที่เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวนั้น รับรองฟินกันสุดๆแน่นอน เราเดินทางไป สุวรรณภูมิ ตอน สองทุ่ม เพื่อไป อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 9 เคาน์เตอร์ U บินด้วยสายการบิน Turkish Airlines โดยมีเจ้า มาต้อนรับเราเลย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เครื่องออกประมาณ 23.00 นั่งยาวๆไป จ้า ใช้เวลาบินประมาณ 9 ชั่วโมง 50 นาที ชิวๆเนอะ555 เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 4 ชั่วโมง หลังจากก็มุ่งไป เมือง อังการ่า (Ankara) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศตุรกี มื้อแรกของเรา ในตุรกี ตอบตรงๆ พอกินได้นะ แต่ก็จะมีรสชาติจืด ทุกอย่าง แปลกๆ ดี เพื่อนๆ ต้องลอง หลังจากนั้น ก็แวะไป สุสานอตาเติร์ก (Ataturk Mausoleum) ช่วงที่เราไป ท้องฟ้าจะมืดประมาณ 16.30 เลยต้องรีบเที่ยวหน่อย เดียวแสงหมด สุสานอตาเติร์ก เป็นอนุสรณ์สถานและสุสานของMustafa Kemal Ataturk ผู้นำสงคราม นั้นเอง และตอนที่เราไป ทหารเปลี่ยนเวรพอดี เท่มากๆ เดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเจีย (Cappadocia) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 50 นาที) เป็นเมืองไฮไลท์ ของทริปนี้เลยก็ว่าได้ สวยมากๆ เราชอบเมืองนี้ที่สุด เมืองคัปปาโดเจียเป็นบริเวณที่อยู่ระหว่าง ทะเลดำ กับ ภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาล และเป็นเมืองมรดกโลก ด้วยเด้อ หลังจากได้ ได้แวะเที่ยว เมืองใต้ดิน (Underground City) ผู้คนที่นี้ใจดี และเป็นมิตรมากๆ ใครว่ามากับทัวร์ แล้วไม่มีเวลาถ่ายรูป คือบอกเลยเวลาถ่ายรูปเยอะมาก ชิลจน นั่งดื่มกาแฟ กับคนตุรกี อะ คิดดู หลังจากนั้น เมืองเกอราเม่ (Goreme) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของเมืองคัปปาโดเจีย ถามว่าหนาวมั้ย ตอบเลยว่าหนาวมาก แต่เพื่อรูปเราทำได้555 และ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก อีกด้วย พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอราเม่ (Open Air Museum of Goreme) ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และติดๆกัน ก็คือหุบเขาอุซิซาร์ (Uchisar Valley) หุบเขาคล้ายจอมปลวกขนาดใหญ่ ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งหุบเขาดังกล่าวมีรูพรุน มีรอยเจาะ รอยขุด อันเกิดจากฝีมือมนุษย์ไปเกือบทั่วทั้งภูเขา เพื่อเอาไว้เป็นที่อยู่อาศัย ที่นี้บอกเลยถ่ายรูปสวยมาก พร้อมกับแสงเย็น มีบอลลูนขึ้นด้วยน้า เย้ เห็นบอลลูนที่ตุรกี แล้ว ตื้นเต้นมากๆ ที่พัก ที่ฟินที่สุด ในทริป นี้ ที่พักของเรา ที่เมือง Cappadocia เป็นโรงแรมถ้ำ อบอุ่นมากๆ ขอบอกเลยข้างนอกนี้หนาวมากประมาณ 1-3 องศาเลยทีเดียว และวันนี้ต้องรีบนอน เพราะพรุ่งนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ขึ้นบอลลูนกัน ค่าขึ้นบอลลูนก็จะอยู่ ที่ 250-300 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ออกจากโรงแรม ประมาณ 04.30-05.00 น. โดยมีรถท้องถิ่นมารับไปขึ้นบอลลูน และแล้ว ความฝันก็เป็นจริง ซะที ได้มาเหยียบ ตุรกี และได้ขึ้นบอลลูนแล้ว แถมที่สำคัญ วันที่เราขึ้นท้อง ฟ้าเปิดด้วย แสงสวยมากๆ ใช้เวลา อยู่บนบอลลูนประมาณ 45-1 ชั่วโมง อิ่มอกอิ่มใจ อย่างมากบอกเลย ของจริงสวยกว่าในภาพมากๆ หลังจากขึ้นบอลลูน เสร็จ ก็เดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที) ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจุก และแวะพิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum) เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิ หลังจากนั้นก็เดินทางยาวๆเลยจ้า ทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ แต่ขอบอกว่า สองข้างทาง นี้มองไม่มีเบื่อ เพราะวิวข้างทางเปลี่ยนทุกสองชั่วโมงเลย อยากแวะลงไปจอดถ่ายรูปมาก 555 ตื่นเช้ามากๆ อีกวัน เพื่อจะไป ปามุกคาเล หรือที่เพื่อนๆ รู้จัก ในชื่อว่า ปราสาทปุยฝ้าย ตุรกี เรามาเห็นของจริงแล้ว คือดีงามมากที่นี้เกิดจากตะกอนหินปูน ทำปฏิกิริยากับอากาศ จับตัวกลายเป็นแอ่งนั้นเอง ความยาว 3 กิโลเมตรแหนะ และที่นี้ยังเป็น มรดกโลกอีกด้วย ช่วงนี้เราไป น้ำแห้งเยอะมาก เพราะมนุษย์เรานั้นเอง ที่แอบฝ่าฝืนกัน เราควรใส่ใจกันซะนิด แต่ถึงยังไงที่นี้ก็ยังสวยงาม มากๆแนะนำใครจะมาที่นี้ แนะนำให้มาช่วงเช้าๆเลย ช่วงพระอาทิตย์กำลังขึ้น แสงเช้าที่นี้ สวยมากๆ และวันใดอากาศดีมากๆ จะมีบอลลูนเต็มเลย แต่ก็แอบหนาวมากๆ เช่นกันนะ เพราะตอนที่เราไป อากาศ อยู่ที่ -1 - 3องศา ประมาณนี้เลย มาที่นี้ยังไง ให้ได้รูปสวย ต้องมาเช้าๆจ้า แสงดี อากาศดี คนน้อย ไกด์เราเลยพาตื่นเช้าเลย แต่บอกเลย คุ้มมากๆ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castel) ผลจากการไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆหลายชั้น เช้าๆถ้าอากาศดี มีบอลลูนขึ้นด้วยเด้อ เมืองเอฟฟิซุส (Ephesus) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีเมืองหนึ่ง และที่นี้ แมวอ้วนเยอะมากๆ เดินไปทางไหนก็เจอแต่แมว ที่นี้ มีจุดถ่ายรูปเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็น หอสมุดเซลซุส ห้องอาบน้ำโรมันโบราณ เหมือนหลงมาในยุค โรมันกันเลยทีเดียว นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมความสวยงามของเมืองโบราณเปอร์กามัม (Cable Car to Pergamum) ที่นี้สวย อลังการมากๆ เป็นเมืองโบราณของกรีกที่มีความสำคัญของพวกเฮเลนนิสติก ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก และเพื่อนๆสามารถ แวะถ่ายรูป วิหารอะโครโปลิส (Acropolis)ซึ่งเป็นที่ขนานนามถึงประหนึ่งดังดินแดนแห่งเทพนิยายในสรวงสวรรค์ อีกด้วย วันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวัน เพื่อ ให้ทันขึ้นเรือ แถวท่าเรือ ม้าไม้จำลองแห่งเมืองทรอย (Wooden Horse of Troy) หรือ ม้าจาก ภาพยนตร์เรื่อง ทรอย (Troy) นั้นเอง บรรยากาศตอนแล่นเรือ มีไอหมอกหมอกขึ้นมาจากน้ำ กระทบแสงแดด โอ้ย สวยมากๆ และเราก็มาถึง เมืองสุดท้ายก็ทริปนี้กันแล้ว อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) และก็แวะ ไป ช้อปปิ้ง ที่ ถนนคนเดิน อิสติคลา คัดดิซึ แสงที่นี้คือดีมาก ถ่ายรูปสนุกมากๆ แต่กิจกรรมก็ยังไม่หมด มาล่องเรือชมความสวยงามของช่องแคบบอสฟอรัส สองข้างทาง สวยงามมากๆ และอากาศก็หนาวมากเช่นกัน555 ไฮไลท์ ที่เราอยากมาอีกที่ เมือง อิสตันบูล คือ สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) หรือ ชื่อเดิมคือ สุเหร่าสุลต่านห์อาร์เหม็ดที่ 1 สวยงาม อลังการ มากๆ และที่นี้ ต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพ ถอดรองเท้าด้วยนะ และผู้หญิง ควรใส่เสื้อแขนยาวคลุมข้อมือ มิดชิดไม่รัดรูป และเตรียมผ้าสำหรับคลุมศีรษะ และที่บอกไปตอนต้นแล้ว เมืองตุรกี แมวอ้วนเยอะๆมาก ใครทาสแมว ไม่ควรพลาด 555 สำหรับเพื่อนๆใคร อยากมา ตุรกี และอยากสร้างความประทับใจ กับการเที่ยว ตุรกี ครั้งแรก เราแนะนำ มากับทัวร์ เลย เราว่าคุ้ม ที่สำคัญ ได้ไปเที่ยวหลายที่ด้วย มีเวลาถ่ายรูปแน่นอน แถมได้มิตรภาพใหม่ๆกลับไปอีก tourkrub ยืนยัน นอนยัน ว่าคุ้มแน่นอน และสุดท้าย สำหรับเพื่อนๆใคร อยากมา ตุรกี และอยากสร้างความประทับใจ กับการเที่ยว ตุรกี ครั้งแรก เราแนะนำ มากับทัวร์ เลย เราว่าคุ้ม ที่สำคัญ ได้ไปเที่ยวหลายที่ด้วย มีเวลาถ่ายรูปแน่นอน ไม่ต้องห่วง เราประทับใจมาก กับการมาทัวร์ครั้งแรกแล้วเจอแบบนี้ ดีมากๆ และที่สำคัญ แถมได้มิตรภาพใหม่ๆ กลับไปอีก จองทัวร์ ตุรกี กับ ทัวร์ครับยืนยัน นอนยัน ว่าคุ้มแน่นอน https://tourkrub.co/turkey-tour
พาไปเที่ยว PORTLAND เช็คอินร้านกาแฟ แบบ Cafe Hopper
พาเที่ยว
สหรัฐอเมริกา
พาไปเที่ยว PORTLAND เช็คอินร้านกาแฟ แบบ Cafe Hopper
Portland เป็นเมืองที่มีความฮิปสเตอร์ไม่แพ้ที่ไหน ไม่ว่าจะทั้งตัวเมืองเองและผู้คนของเขาน่ารักดี ขอเล่าเมือง Portland สักเล็กน้อย เมืองนี้อยู่ติด Seattle เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องของความโรแมนติก สวยงามและมีความทันสมัยสุดๆ สำหรับเราถือว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับต้นๆ ของอเมริกาเลยล่ะ เมืองนี้เป็นเมืองที่น่ารักมาก เดินเที่ยวเมืองง่ายๆ เหมือน little Japan ที่สำคัญ Vat Free จ้า...กินอะไรซื้ออะไร ก็ไม่อารมณ์เสีย😚 Eco City กันสุดโต่ง คนไทยยังมาเที่ยวกันน้อยมาก เข้าใจว่า เพราะไม่มี Tourist Spot แต่ถ้าใครอยากมาเที่ยวก็มาตามรอยกันเลยนะ หรือ จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว มาก็ยังได้ ซึ่งสามารถคุยกับ ทัวร์ครับ ได้เลย จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวกับเขาก็ดีมากๆ จำกัดงบได้ด้วย อย่างที่บอก Portland เป็นเมืองที่มีความฮิปฯ ซึ่งสังเกตจากคาเฟ่ของเขานี่แหละ แต่ละร้านตกแต่งสวย เท่ๆ มินิมอลก็มี ลอร์ฟๆ ก็เยอะ บอกเลยว่า ใครสายคาเฟ่ ฮอปปิ้ง มาเที่ยวเมือง Portland จะต้องชอบที่นี่มากๆ เลย บรรยากาศเมือง Portland ร้านแรกที่เรามาคือ ร้านอาหารไทยที่ Portland จ้า "ข้าวมันไก่ ร้านน้อง" ร้านนี้ดังมาก เจ้าของเคยมาเป็น key speaker ในงาน TEDx Talk ที่เซอร์ไพรส์คือ พนักงานในร้านที่เราเจอ ไม่มีคนไทยและคนเอเชียที่เข้ามากินเลย จะมีแต่ฝรั่งทั้งนั้น ในส่วนของรสชาติอาหารนั้น ดี! ไก่ดี ข้าวดี น้ำจิ้มดี ครบสูตรของข้าวมันไก่ในแบบไทยเลย...รู้สึกชื่นชมเค้าเลยว่าคุณใส่ใจและรักษาภาพลักษณ์ให้กับคนไทยได้ดีมากกกกก ปรบมือให้รัวๆ ร้านต่อไปเป็นร้านกาแฟชื่อดังอย่าง STUMP TOWN กาแฟร้านนี้ไม่ผิดหวังทั้งรสชาติและบรรยากาศภายในร้าน กลิ่นอายที่ผสมผสานความ eco city ในร้านสบายสุดๆ นั่งยาวๆ เพลินๆ ไม่รู้สึกนั่งเกร็งเลย ที่นี่มีร้านกาแฟที่เป็น coffee roasters ค่อนข้างเยอะมากแล้วร้านกาแฟที่นี่เปิดเช้าสุดๆ การมาเที่ยวทริปนี้เลยตื่นกันเช้าจริงๆ ทำให้มีเวลาเช็คอินคาเฟ่ได้มากขึ้น นอกจากร้าน Stump Town ก็ไม่พลาด ร้านอื่นที่ไปมา มีร้าน GOOD , HEART , UPPERLEFT ROASTERS , CASE STUDY COFFEE , COAVA , TEA BAR ซึ่งที่ PORTLAND แบ่งเมืองเป็น 2 ฝั่ง ถ้าเป็นฟาก downtown สังเกตง่ายคือ จะมีรถไฟฟ้า ที่เป็นรถราง วิ่งสัญจรในเมืองเลย และอีกฟาก (ข้าม Willamette River มา) จะมีร้านกาแฟอยู่กันเยอะไปหมด และมีพวกร้าน craft beer ดังๆ ต้องเดินทางสัญจรด้วยรถเมล์หรือ uber ที่ต้องเล่าแบบนี้เพราะบางร้านมีทั้ง 2 ฝั่งกันเลยจ้า แต่ก็ไม่ใช่ทุกร้านที่จะมี 2 สาขา ส่วน Tips : ในการไป hop ร้านกาแฟของเราให้ได้หลายร้านใน 1 วัน เราจะแบ่งเป็นช่วง 2 เวลา เช้าก็ไปทานสัก 2-3 ร้าน และเบรกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เดินมิวเซียม หรือนั่งเล่นเดินเล่นใน park บ้าง และช่วงบ่าย ก็ทานอีก 2-3 ร้าน ก่อนทานอาหารเย็น ที่ต้องสลับแบบนี้เพราะเคยดื่มกาแฟติดๆ กันทุกชั่วโมง แล้วเกิดอาการมึนหัวเดินเซไปหมด อย่างที่บอกว่า เราได้แวะไปหลายร้าน แต่ร้านที่มีบรรยากาศเท่ถูกใจ คือร้าน COAVA เพราะร้านปรับเอาโรงไม้ที่ทำเฟอร์นิเจอร์ มาเป็นร้านกาแฟ มีทั้งกลิ่นกาแฟคละคลุ้ง นอกจากร้านกาแฟ ที่เอ่ยอ้างถึงกันเยอะมากที่ PORTLAND เอง ยังเป็นดินแดนของคนที่รักการดื่ม CRAFT BEER มันมีเยอะมากกกกก มากพอพอกับร้านกาแฟเลย สรุปไปเที่ยวเมืองนี้ ได้เมาทั้งกาแฟและเบียร์กันไปเลยจ้า เรียกว่า Hop กันแบบ non stop ได้เลย ส่วนร้านโดนัทชื่อดังอย่าง BLUE STAR ขอให้ปักหมุดได้ลองไปชิมกันดู มีหลากหลายมาก เราลองเลือก double choc + nut โรยท้อปปิ้งมาด้วย คือดีงาม Portland มากจริงๆ (แนะนำให้ไปซื้อช่วงเช้า เราเห็นช่วงตั้งแต่เที่ยงถึงบ่าย คนเข้าคิวรอซื้อเยอะพอสมควร) เรียกว่า มา PORTLAND แล้วแฮปปี้มากๆ ถูกจริตเราขั้นสุด ถ้าไม่ต้องเดินทางเหนื่อยๆ นั่งเครื่องนาน Portland น่าจะเป็นที่เที่ยวที่เราอยากมาเที่ยวซ้ำอีกครั้งจริงๆ Note : สำหรับคนที่ไม่เคยไป แล้วอยากลองไป experience บ้าง Portland ไม่มี Tourist Spot เลยนะ พูดง่ายๆว่าไม่มีไรให้เที่ยว แต่มีผู้คน และสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ ให้รื่นรมย์แทน แต่ถ้าเป็นคอกาแฟหรือคราฟท์เบียร์ และชอบร้านของ guggig handmade DIY ก็ Happy Ending กันไปเลยจ้า
รวม 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง 
พาเที่ยว
ญี่ปุ่น
รวม 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง 
วันนี้คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากต่างจากเมื่อก่อนเพราะราคาที่ถูกลงและจับต้องง่ายมากขึ้น ทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นง่ายและสะดวกสบายมากกว่าแต่ก่อน ที่สำคัญยังไม่ต้องขอวีซ่า และนั่งเครื่องแต่ละครั้งก็ไม่นานอย่างที่คิดเพราะสามารถบินตรงถึงญี่ปุ่นได้ทันที วัฒนธรรมประเพณี เราก็คุ้นชินและรู้สึกว่าไม่ต่างจากที่ไทยมากนัก อาจเป็นเพราะว่าเราได้นำญี่ปุ่นเข้ามาในไทยหลายอย่าง เช่น วัฒนธรรมการกิน อาหารญี่ปุ่น วิถีการใช้ชีวิต หลายคนยังยกให้ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่สะอาดและน่าไปเที่ยวซ้ำมากที่สุด วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 สายการบินไปญี่ปุ่น นั่งสบายราคาไม่แพง ให้เพื่อนๆ ได้เลือกดูกันจะมีสายการบินไหนน่าไป และคุมงบได้ตามที่ต้องการมั่งไปดูกันเลย จองทัวร์ญี่ปุ่น กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) https://tourkrub.co/japan-tour 10 สายการบินไปญี่ปุ่น 1. AirAsia X มาเริ่มกันที่สายการบินที่คนไทยนิยมนั่งกันอย่าง AirAsia X เป็นสายการบินจากประเทศมาเลเซียที่มาก่อตั้งและดำเนินการในประเทศไทย เป็นสายการบิน Low Cost ที่ให้บริการเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ ให้บริการเส้นทางการบินระยะไกลกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป แน่นอนว่าต้องรวมถึงประเทศญี่ปุ่นอยู่ด้วย ซึ่งสามารถจองตั๋วเครื่องบินผ่านทางเว็บไซต์ www.airasia.com มีทั้งบินตรงด้วย AirAsia X และเที่ยวบินที่ต้องต่อเครื่องคือบินด้วยสายการบิน AirAsia จากกรุงเทพฯ ไปเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศมาเลเซียเพื่อเดินทางต่อสู่ประเทศญี่ปุ่น และมีหลากหลายโปรโมชั่นให้เราเลือกมากมาย ยิ่งเป็นช่วงที่ทางสายการบินเปิดให้จองล่วงหน้าจะถูกเป็นพิเศษเลย ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับ AirAsia X สายการบินที่คนไทยนิยมใช้บริการ เพราะโปรที่เด็ดจริง! 2. Thai Airways มาถึงสายการบินของประเทศไทยกันบ้างอย่าง Thai Airways สายการบินที่ให้บริการคนไทยมาถึง 56 ปี ถือเป็นสายการบินประจำชาติที่คนไทยทุกคนรู้จักกันดี เป็นสายการบิน Full Service เรียกได้ว่าสามารถเลือกได้เลยว่าจะนั่งแบบไหน ก็เป็นอีกสายการบินที่คนไทยนิยมเลือกที่จะนั่งไปประเทศญี่ปุ่น สายการบินนี้สามารถเลือกไปได้ทุกสนามบินของญี่ปุ่นกันเลย เป็นการบินตรงแบบไม่หยุดพักนอกจากนั้น Thai Airways ยังโดดเด่นเรื่องการบริการที่ดีเยี่ยมที่เหล่านักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าเขาคือสายการบินของคนไทย ยิ้มสยามไทยสไมล์ต้องมา แต่ก็ต้องยอมรับในเรื่องของราคาที่แลกมากับการบริการที่ดีเยี่ยม ทำให้ราคาค่อนข้างสูงและมีโปรโมชั่นน้อยต่างจากพวกสายการบิน Low Cost 3. Japan Airlines มาถึงสายการบินที่ตอนนี้ได้รับความนิยมจากคนไทยไม่แพ้กันอย่าง Japan Airlines หรือ JAL เป็นสายการบินของประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นสายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่นรองจาก ANA มีเส้นทางการบินที่ครอบคลุมสนามบินทั่วทั้งประเทศ เรียกได้ว่ามีให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เลือกเดินทางมากมาย เป็นสายการบินประเภท Full Service เรื่องความสะดวกสบายนั้นสายการบินนี้ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลกกันเลย แน่นอนว่าต้องดีอย่างแน่นอนแถมราคาก็มีให้เลือกตามงบประมาณถือเป็นอีกหนึ่งสายการบินที่น่าสนใจสำหรับการบินไปญี่ปุ่น 4. Cathay Pacific มาที่สายการบินประจำชาติของประเทศฮ่องกงกันบ้างอย่าง Cathy Pacific ที่คนไทยมักใช้บริการ ว่าด้วยเรื่องคุณภาพและการบริการที่ดีเยี่ยมในระดับ 5 ดาวกันเลย จากการวัดระดับของ Skytrax เป็นอีกหนึ่งสายการบิน Full Service ที่หลายคนให้ความไว้วางใจ สำหรับใครที่ยังไม่เคยนั่งสายการบิน Cathy Pacificเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเราอยากให้คุณได้ลองนั่งสักครั้งกับสายการบินระดับพรีเมี่ยม และยังเป็นอีกหนึ่งสายการบินที่สามารถเลือกลงได้ทุกสนามบินในญี่ปุ่นอีกด้วย 5. Hongkong Airlines หลายคนคงไม่ค่อยรู้จักกับเจ้าสายการบิน Hongkong Airlines สายการบินประจำชาติของประเทศฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่น่าสนใจหาจะเลือกเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นสายการบินที่ใครๆหลายคนเลือกใช้ เพราะเป็น Full Service ที่เด่นเรื่องการบริการและความสะดวกสบายอย่างมาก สายการบินนี้สามารถเลือกลงที่สนามบินประเทศญี่ปุ่นได้อย่าง Sapporo ,Narita ,Osaka และ Okinawa อยากเที่ยวไหนก็เลือกลงได้เลยไม่ต้องต่อเครื่องให้เสียเวลา 6. China Eastern Airlines มาที่สายการบินประเทศจีนกันบ้างอย่าง China Eastern Airlines เป็นสายการบินที่ควบคุมทุกด้านทั้งเรื่องการบริการและความสะดวกสบาย เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่คนไทยเลือกใช้เพราะราคาค่อนข้างสบายกระเป๋า ถือเป็นอีกสายการบินที่สามารถจุผู้โดยสารได้มากเป็นอันดับสองของประเทศจีนกันเลย เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับผู้โดยสารที่มากันเป็นกลุ่มเพราะจุคนได้เยอะ เดินทางยาวแบบไม่หยุดพักหรือจะเลือกเดินทางแบบต่อเครื่องก็มีให้เลือกมากมายตามราคางบประมาณที่มีได้เลย 7. Peach Airlines มาถึงสายการบินน้องใหม่ของประเทศญี่ปุ่นอย่างสายการบิน Peach เป็นสายการบินแบบ Low Cost เป็นสายการบินที่เปิดได้ไม่นาน ซึ่งการให้บริการเส้นทางการบินระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีเส้นทางการเดินทางให้เลือกน้อยคือสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบิน Naha Airport, Okinawa เท่านั้น แต่ในอนาคตก็น่าจะมีการเปิดเส้นทางเพิ่มให้ชาวไทยได้มีทางเลือกมากขึ้น เพื่อเดินสู่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ใครที่สนใจอยากลองเจ้าสายการบินน้องใหม่ลำนี้รับรองว่าจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนเพราะทางญี่ปุ่นการันตีเรื่องการบริการและความสะดวกสบาย ตามแบบฉบับของญี่ปุ่นเขาล่ะ แถมยังมาในราคาที่จับต้องง่ายมากขึ้น แน่นอนว่าถูกใจคนไทยอย่างเรามากๆ 8. All Nippon Airways มาถึงสายการบิน ANA หรือ All Nippon Airways เป็นสายการบินที่มีคุณภาพอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น เป็นสายการบินประเภท Full Service มีเส้นทางการบินครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญคือเป็นสายการบินที่ครอบคลุมทุกสนามบินในประเทศญี่ปุ่น จึงทำให้ ANA ได้เปรียบกว่าสายการบิน Low Cost ในขณะเดียวกันราคาก็ค่อนข้างสูงตามไปด้วย แต่คุณภาพนั้นโดดเด่นยิ่งกว่าใครๆ จึงทำให้เป็นสายการบินอันดับต้นๆที่คนไทยเลือกใช้บริการ เพราะเขามาพร้อมทั้งเรื่องคุณภาพการบริการและความสะดวกสบาย ทำให้ ANA ถูกเรียกว่าสายการบินอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นนั้นเอง 9. Scoot มาต่อกันที่สายการบิน Low Cost ราคาประหยัดของประเทศญี่ปุ่นอย่างสายการบิน Scoot เป็นสายการบินที่มุ่งหวังให้ผู้โดยสารเดินทางด้วยความสนุกสนานพร้อมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ไม่ซ้ำใคร โดยเฉพาะตัวเครื่องบินโดดเด่นด้วยสีเหลืองสดใสเป็นเอกลักษณ์ของสายการบิน Scoot ถ้าพูดถึงเรื่องราคาคือดีงามพระราม 8 แน่นอนและยิ่งในช่วงโปรโมชั่นจะราคาถูกเป็นพิเศษ สายการบินนี้เป็นที่นิยมไม่แพ้กันสามารถเลือกเดินทางจากกรุงเทพไปประเทศญี่ปุ่นได้ 2 เส้นทางไม่ว่าจะเป็น Narita หรือ Osaka ก็มีให้เลือกสำหรับใครที่อยากเดินทางราคาประหยัดก็แนะนำเลยสายการบิน Scoot 10. Emirates Airlines ปิดท้ายกันด้วยสายการบินอันดับหนึ่งอย่าง Emirates สายการบินของแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สายการบินในเครือเอมิเรตส์กรุ๊ปของรัฐบาลดูใบ เรียกได้ว่าโดดเด่นในทุกๆด้าน เป็นสายการบินประเภท Full Service สายการบินแห่งนี้เป็นสายการบินที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ทั้งเรื่องการบริการที่ดีเยี่ยม ความสะดวกสบายที่ลงตัว ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูงก็มีคนไทยหลายคนที่เลือกใช้บริการเดินไปยังประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่น้อยเลย สามาถเลือกลงได้ทุกสนามบินของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยเรียกได้ว่าสะดวกสบายจริงๆ เป็นไงกันบ้างคะเพื่อนๆกับ 10 สายการบินไปญี่ปุ่น ใครยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกสายการบินไหนเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นมาจดลิสต์ที่เราสิ เราคัดมาให้แล้วกับสายการบินที่มีคุณภาพ สะดวกสบาย ราคาไม่แพงมาก รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
คัดมาแล้วแน่นๆ สวยสะกดตา  20 ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศ
พาเที่ยว
ยุโรป
คัดมาแล้วแน่นๆ สวยสะกดตา 20 ที่เที่ยวธรรมชาติต่างประเทศ
ใครชอบเที่ยวชมธรรมชาติต่างประเทศกันบ้าง วันนี้ ทัวร์ครับ (Tourkrub) จะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในต่างแดนที่สวยมากๆ เห็นแล้วใจสั่น สะกดสายตาของใครหลายๆ คน ที่แนะนำ! กาดอกจันท์ไว้เลยว่าต้องไปสักครั้งในชีวิตให้ได้! มาติดตามกันดูว่ามีสถานที่ไหนกันบ้างที่น่าสนใจ 20 ที่เที่ยวธรรมชาติ ต่างประเทศ 1. The Great Blue Hole (Belize) มาเริ่มกันที่ หลุมยักษ์น้ำเงินครามแห่งเบลิซที่ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของอเมริกากลางริมทะเลแคริบเบียน สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งของเบลิชประมาณ 65 ไมล์ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 984 ฟุต และมีความลึกถึง 410 ฟุต เป็นหลุมกลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าเกิดจากการก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง สถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย และที่สำคัญใครที่ชื่นชอบการดำน้ำคงไม่อยากพลาดอย่างแน่นอนเพราะว่าหลุมแห่งนี้ยังเป็น 1 ใน 7 หลุมที่นักดำน้ำจำนวนมากต่างพากันมาชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติและยังถูกจัดอันดับว่าเป็นสถานที่น่าดำน้ำที่สุดในโลก 2. Fairy Pools (Scotland) มาต่อกันที่ Fairy Pools สระน้ำแห่งเทพนิยายเป็นสระน้ำทางธรรมชาติตั้งอยู่ที่หุบเขาเกลน บริทเทิล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ Isle of Skye หมู่เกาะที่อยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของสกอตแลนด์ บอกได้เลยว่าไม่มีความสวยงามไหนเทียบเท่าเหมือนสระ Fairy Pools ได้อย่างแน่นอน สถานที่แห่งนี้ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลกให้มาชมความงดงามทางฑรรมชาติของสถานที่แห่งนี้และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย 3. To Sua Ocean Trench (Samoa) ประเทศซามัว ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้เป็นอีกประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าเหลือเชื่ออย่าง หลุมสระว่ายน้ำธรรมชาติโทซัว เป็นสระขนาดใหญ่ตามธรรมชาติที่ เกิดจากรอยแตกชั้นใต้ดินที่น้ำไหลกัดเซาะเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้เกิดเป็นโพรงทะลุจนเกิดเป็นบ่อที่มีความสวยงามอย่างมากและบริเวณหลุมยังมีการติดตั้งบันไดยื่นลงไปในสระเพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังสามารถลงเล่นน้ำได้อีกด้วย 4. Matterhorn (Switzerland) สำหรับใครที่อยากสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์ คงไม่อยากจะพลาดที่จะไปสัมผัสกับเมืองZermatt บอกได้เลยว่ามีไม่กี่แห่งในโลกที่เราจะสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเมืองแห่งนี้ ตั้งอยู่ในประเทศ Switzerland บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn ที่มีความสวยงามที่สุดในประเทศและสำหรับใครที่ชื่นชอบธรรมชาติคงไม่อยากพลาดที่จะไปสัมผัสบรรยากาศเมืองเล็กๆ แห่งนี้ที่มีความสวยงามระดับโลกอย่างแน่นอน จองทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/switzerland-tour 5. Volcanoes Kamchatka (Russia) มาถึงประเทศรัสเซียกันบ้างกับภูเขาไฟ คัมซัสก้า ใครที่มองสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและชื่นชอบภูเขาไฟคงไม่อยากพลาดที่นี่อย่างแน่นอน เพราะภูเขาไฟแห่งนี้ยังไม่ดับและพร้อมที่จะประทุตลอดเวลา สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาไฟอย่างเดียวยังมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ธารน้ำแข็งและบริเวณสถานที่แห่งยังเป็นที่อาศัยของเหล่าสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งปลาแซลมอนหลายสายพันธุ์ นากทะเล หมีสีน้ำตาลหรือจะเป็นนกอินทรีทะเลสเตลลาร์ที่อาศัยกันมากมาย วิวทิวทัศน์ที่จะสะกดสายตาคุณไม่ให้ไปไหน ต้องที่นี่เลย! จองทัวร์ รัสเซีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/russia-tour 6. Cenotes of Yucatan Peninsula (Mexico) มาถึงหลุม Cenotes of Yucatan Peninsula ในประเทศเม็กซิโก หลุมแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เกิดจากธรรมชาติและมีขนาดใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก บริเวณหลุมจะมีน้ำที่ใสมากจนมองเห็นพื้นล่าง คาดกันว่าหลุมแห่งเกิดขึ้นในยุคน้ำแข็ง ที่นี่ยังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่านักดำน้ำซึ่งสถานที่แห่งนี้ถูกจัดให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกและสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าโบราณอีกด้วย 7. Zhangye Danxia landform (China) กลับมาที่ประเทศจีนกันบ้างกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ติด 1 ใน 100 อันดับสถานที่สวยที่สุดในโลกอย่าง ภูเขาสี ในเขตมณฑลกันซู่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความสวยงามอย่างมาก เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุที่ทับถมกันมานานกว่า 20 ล้านปี สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากชวนให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความสวยงามของภูเขาเหล่านี้ จอง ทัวร์จีน กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/china-tour 8. Banos (Ecuador) สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศภูเขาไฟที่ครุกรุ่นอยู่ ที่ Banos ในประเทศเอกวาดอร์ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวผจญภัยอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการเดินขึ้นเขาชมชาติ หรือจะเป็นการชมวิวแบบที่ไม่เหมือนใครอย่างการนั่งชิงช้าที่ผูกไว้ในบ้านต้นไม้ออกไปที่หน้าผา แค่นี้ก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นแล้วเมื่อได้ไกวชิงช้าไปให้สุดพร้อมบรรยากาศวิวภูเขาไฟและธรรมชาติ ถือเป็นไฮไลท์ที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบเสียวไปถึงสันหลังกันเลย 9. Mendenhall Ice Caves of Juneau (United States) มาถึงประเทศสหรัฐอเมริกา กันบ้างเรียกได้ว่าประเทศแห่งนี้มีสถานที่น่าท่องเที่ยวมากมายสำหรับใครชื่นชอบความหนาวเราจะมาแนะนำ อุโมงค์น้ำแข็งอลาสก้า ที่ตั้งอยู่ที่หุบเขาMendenhallซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Juneau รัฐอลาสก้า ที่มีความยาวถึง 19 กิโลเมตร เป็นภาพที่ก้อนน้ำแข็งจำนวนมาก แขวนอยู่บนอากาศหรือจะเป็นธารน้ำไหลที่ไหลลอดลงสู่โตรกหินด้านล่าง เป็นภาพที่เหมือนหลุดมาจากนิยายกันเลย สถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองทางธรรมชาติที่มีความสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศอีกด้วย 10. Mount Roraima (Brazil and Guyana) มาถึงภูเขา Roraimaที่ตั้งอยู่ชายแดนระหว่าง 3 ประเทศไม่ว่าจะเป็น บราซิล, กายอานา และเวเนซุเอลา เรียกได้ว่ามาสถานที่แห่งนี้จะได้มองวิวทั้ง 3 ประเทศกันไปเลย ซึ่งภูเขา Roraimaเกิดจากการก่อตัวทางธรณีวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเมื่อประมาณ 2 พันล้านปีและยังเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ต้องมาให้ได้ของสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย เรียกได้ว่าใครไม่มาถือว่าพลาดจริงๆ 11. Cappadocia (Turkey) มาถึงเมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 อย่างเมืองคัปปาโดเกีย สถานที่แห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชื่นชมธรรมชาติและเมืองโดยการขึ้นบอลลูนเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ รับรองได้ว่าคุณจะได้เห็นวิวที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ มาก่อนแน่นอน จองทัวร์ตุรกี กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/turkey-tour 12. Iguazu Fall (Argentina) น้ำตกอีกวาซู เป็นน้ำตกที่ติดรอยต่อพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศทั้งบราซิลและอาร์เจนตินา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นี่จะได้ชมวิวน้ำตกแบบใกล้ชิดแบบขอบหน้าผากันเลย ด้วยความแรงของสายน้ำที่ไหลมาจนเกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ชาวพื้นเมืองเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า อีกวาซู ซึ่งแปลว่า สายน้ำอันยิ่งใหญ่ เป็นภาษาของชนเผ่าพื้นเมืองดั่งเดิม ส่วนเรื่องความสวยนั้นไม่ต้องพูดเลยอยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองดูจะได้รู้ว่าสมคมเคลมแค่ไหน 13. Victoria Falls (Zimbabwe and Zambia) มาถึง สระว่ายน้ำของซาตาน ที่มีความสูงถึง 355 ฟุต ตั้งอยู่ที่ชายแดนของประเทศแซมเบีย และซิมบับเวเป็นน้ำตกที่กว้างที่สุดในทวีปแอฟริกา ที่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกอื่นๆ เป็นน้ำตกที่เรียกได้ว่าจะชวนให้คุณตกตะลึงกับความแปลกของน้ำตกแห่งนี้ และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดอยู่ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทางธรรมชาติอีกด้วย 14. Trolltunga (Norway) อีกหนึ่งไฮไลท์ของประเทศนอร์เวย์อย่าง Trolltunga มีลักษณะคล้ายกับการแลบลิ้นออกมาจากภูเขาประมาณ 2,000 ฟุต เหมือนลอยอยู่บนอากาศอย่างใดอย่างนั้นเลย ต้องบอกเลยว่าสถานที่แห่งนี้กว่าจะได้วิวแบบนี้ก็เล่นเอาเหนื่อย แต่ถ้าคุณยอมปีนเขาที่สูงกว่า 700 เมตรนี้ได้ คุณจะเห็นวิวแม่น้ำ Ringedalsvatnet ที่มีความสวยงามอย่างมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินขึ้นเขาถึง 9 ชั่วโมงเลย และที่สำคัญสถานที่แห่งนี้สามารถมาเที่ยวได้ช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายนเท่านั้น จองทัวร์นอร์เวย์ กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/norway-tour 15. Whitehaven Beach (Australia) กลับมาที่ประเทศที่ขึ้นชื่ออย่างประเทศออสเตรเลีย ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง หาดไวท์ฮาเว่น ตั้งอยู่ในหมู่เกาะวิธซันเดย์ ชายหาดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องเม็ดทรายที่เป็นผลึกซิลิการะยิบระยับถึง 98% นอกจากนี้ทรายที่นี่มีลักษณะเฉพาะเป็นทรายที่ไม่เก็บความร้อนทำให้เราสามารถเดินเท้าเปล่าริมหาดได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องทนร้อนเหมือนหาดอื่นๆ เลยก็ว่าได้ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ จองทัวร์ออสเตรเลีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/australia-tour 16. The Grand Canyon (United States) คงลืมสถานที่แห่งนี้ไปไม่ได้สำหรับ The Grand Canyon หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก ตั้งอยู่ในเมืองรัฐอริโซน่า ซึ่งบริเวณแห่งนี้มีแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านทำให้เกิดเป็นภาพที่มีความสวยงามอย่างมาก สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นราว 225 ล้านปีก่อน นอกจากนั้นบริเวณสถานที่แห่งนี้ยังพบร่องรอยอารยธรรมของชาวอินเดียแดงโบราณอีกด้วย นับว่านอกจากจะได้สัมผัสถึงธรรมชาติแล้วยังได้เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไปด้วยอีกต่างหาก 17. Salar De Uyuni (Bolivia) มาถึง Salar de Uyuni สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น กระจกเงาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ซึ่งบริเวณแห่งนี้ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลกินเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นทะเลเกลือใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย ช่วงเวลาที่ควรมากสัมผัสคือช่วงหน้าฝนคุณจะได้สัมผัสเสมือนได้ยืนอยู่บนกระจกขนาดใหญ่สะท้อนแสงแดดและน้ำชวนให้คุณยืนตะลึงในความงามของสถานที่แห่งนี้ 18. Kelimutu Crater Lakes (Indonesia) มาถึงสถานที่ที่มีความมหัศจรรย์อย่าง ทะเลสาบ 3 สีประเทศอินโดนีเซีย เป็นทะเลที่ตั้งอยู่บนปล่องภูเขาไฟเคลิมูตู บนเกาะฟลอเรสของหมู่เกาะซุนดาน้อย ที่มีความมหัศจรรย์อย่างมากหรือจะเป็นเรื่องความสวยก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายของของเหล่านักท่องเที่ยวจำนวนมาก และสถานที่แห่งนี้ยังถูกจัดอันดับเป็นสิ่งที่ควรมาสัมผัสของประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย จองทัวร์อินโดนีเซีย กับ ทัวร์ครับ >>https://tourkrub.co/indonesia-tour 19. Antelope Canyon (United States) มาถึงสถานที่สุดท้ายอย่าง หุบเขาแอนทีโลพอยู่ที่เมืองเพจ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการมาชมความแปลกของธรรมชาติที่เกิดเป็นภาพที่สวยงาม ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นถือเป็นหุบเขาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 15 เมตร สถานที่แห่งเป็นที่ชื่นชอบของช่างภาพทั่วโลกต่างก็มาเก็บภาพอันสวยงามของหุบเขาแอนทีโลพ 20. แก่งชมดาว จังหวัดอุบลราชธานี ขอหลุดมาฝั่งประเทศไทยนิดนึง จริงๆ บ้านเราก็มีเที่ยวธรรมชาติสวยๆ เยอะมาก แต่ที่แก่งชมดาวคือสวยเป็นพิเศษ เพราะมีแก่งหินสวยงามอลังการเล็กใหญ่สลับกัน และวิวสวยๆ จากแม่น้ำโขงด้วย นักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดอุบลฯ จะต้องปักหมุดที่นี่เป็นที่เที่ยวอยู่ในลิสต์ห้ามพลาดเด็ดขาด มาแล้วได้รูปสวยแน่นอน เที่ยวไทยยังไงให้เหมือนเที่ยวต่างประเทศ ก็มาเที่ยวที่แก่งชมดาวนี่แหละ ใช่เลย! ใครชอบเที่ยวธรรมชาติห้ามพลาดเด็ดขาดกับ 20 ที่เที่ยวที่เราแนะนำไปให้ ซึ่งถ้าไม่อยากทำแพลนเที่ยวให้เหนื่อยก็สามารถซื้อทัวร์และจองกับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) >>https://tourkrub.coกันได้เลย เพราะเรามีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ให้ตามไปเที่ยวเพียบเลย
พาเที่ยวบาหลี 3วัน2คืน จัดเต็มเรื่องความสวย เพชรเม็ดงามแห่งอินโดนีเซีย
พาเที่ยว
พาเที่ยวบาหลี 3วัน2คืน จัดเต็มเรื่องความสวย เพชรเม็ดงามแห่งอินโดนีเซีย
ทริปเที่ยวบาหลี เกิดจากความเยอะของตัวเราเอง เพราะทะเลก็อยากไป วัฒนธรรมก็อยากสัมผัส แล้วก็อยากปาร์ตี้สนุกๆ สุดเหวี่ยง อาหารอร่อยๆ ก็อยกากิน ก็ทำการหาข้อมูลว่า มีที่ไหนสามารถตอบสนองความต้องการในการท่องเที่ยวที่ไม่รู้จบของตัวเองได้บ้าง แล้วก็มาจบที่ บาหลี! ประเทศอินโดนีเซีย นี่เอง พูดว่าบาหลีใครๆ ก็รู้จักว่าเป็นเกาะหนึ่งในบรรดาเกาะมากมายของประเทศอินโดนีเซีย และเป็นเกาะเดียวที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู (ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติอินโดฯ) ดังนั้นภาพของบาหลีก็จะต่างไปจากเมืองอื่นๆ ของอินโดนีเซีย บาหลีมอบความประทับใจให้กับเราตั้งแต่ยังไม่ลงเครื่องหากคุณบินไฟล์ทกลางวันจะมาถึงที่นี้หัวค่ำ มองออกไปนอกหน้าต่างเครื่องบินจะพบกับพระอาทิตย์กำลังตกดินโดยมีฉากหน้าเป็นภูเขาไฟเป็นการสร้างความประทับใจแรกก่อนถึงบาหลี เริ่มต้นทริปบาหลี ทะเล และปาร์ตี้ ไหนก็มาเกาะแล้ว เราต้องไปเยี่ยมชมทะเลบ้านเขาว่าสวยสมราคาหรือเปล่า บาหลีเป็นเกาะที่มีหาดขึ้นชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดกูตาขวัญใจแบ็กแพ็กเกอร์ หาดจิมบารันแหล่งรวมอาหารทะเล หาดซานูร์อันเงียบสงบและโรแมนติก และหาดที่ผู้เขียนไปคือหาดเซมินยัก แหล่งร่วมบีชบาร์เก๋ๆ และรายล้อมไปด้วยโรงแรม 5 ดาว และแหล่งช้อปปิ้ง เซมินยักเป็นหาดที่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา จากทางเดินเข้าหาดคุณจะพบกับบีชบาร์มากมาย ร่วมไปถึงบาร์ชื่อดังอย่าง Ku De Ta ก็อยู่ที่หาดนี้ ดังนั้นเราจึงลงมติกันว่ามานั่งเก๋ๆ ที่เซมินยักนี้แหละดีที่สุด แนะนำให้ไปช่วงบ่ายแก่ๆ เตรียมแว่นตากันแดดไป พร้อมกับชุดสวยๆ เพราะคุณจะต้องอัพโหลดอินสตราแกมแบบรัวๆ แน่นอน ช่วงบ่ายๆ หาดยังโล่งๆ ให้คุณมองคลื่นลูกโตๆ ที่ม้วนเข้าหาฝั่ง พอตะวันใกล้ลับขอบฟ้า ชายหาดก็จะเต็มไปด้วยร่มสีสวย บีนแบ็ก และโคมไฟ นักท่องเที่ยวที่จับเจ่าอยู่ในบาร์ก็จะทยอยลงมาจับจองโต๊ะบนชายหาดเพื่อชมพระอาทิตย์ตกลับทะเล พร้อมกับเครื่องดื่มในมือ เป็นภาพที่น่าประทับใจของบาหลีอย่างยิ่ง พอหลังพระอาทิตย์ตกปุ๊บ จังหวะเพลงจะเริ่มเร้าใจมากขึ้น ผู้คนที่เมาทั้งแดด เมาทั้งดื่มก็จะเริ่มลุกขยับกาย ส่ายสะโพก อวดเรือนร่างในบิกินนี่ และชุดว่ายน้ำ เหนือสิ่งอื่นใดคือหนุ่มเกา หนุ่มญี่ปุ่น และหนุ่มฝรั่ง ก็แน่นลืม ส่วนผู้เขียนขอซ่อนร่างไว้แล้วมองผู้ให้เพลินตาดีกว่า หลังจากที่หลับใหลไปอย่างสนิทเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ ขนาดผับข้างโรงแรมเปิดเพลงซอมบี้ของวงเดอะแครนเบอร์รี่ อินยัวร์เฮด เฮด ซอมบี้ ซอมบี้ ดังกรอกหูก็ไม่หวั่น ดิฉันก็หลับฝันไปใน 10 นาที ตื่นเช้ามาก็เลยอยากชิมกาแฟของอินโดนีเซีย แล้วก็สืบทราบมาว่า ที่บาหลีมีร้านสตาร์บักส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลยต้องไปลองกันหน่อย พอไปถึงก็ใหญ่โตสมราคาตกแต่งสวยสไตล์เมืองร้อน มีต้นกาแฟปลูกอยู่จริง พร้อมบาร์ที่คุณสามารถเลือกวิธีการชงกาแฟได้ตามจิตตามใจ จะดริป จะไซฟ่อน จะแมชชีน จะอะไรก็เลือกเลยคะ พอได้กาแฟแล้วดิฉันก็ขอเดินสำรวจ ร้านนี้มีสองชั้น มีทั้งส่วนภายในอาคารและภายนอกอาคาร ใครสั่งกาแฟเย็นก็น่าจะนั่งนอกร้านได้ แต่ดิฉันสั่งร้อนไม่กล้านั่งข้างนอกกลัวละลายไปกับแดด ทางร้านตกแต่งด้วยเครื่องจักสานที่ขึ้นชื่อของบาหลี กระบุง ชะลอม ต่างๆ นานา เขาก็เอามาดัดแปลงให้เป็นของแต่งร้าน เก๋มาก กไก่ สิบสองตัว มุมสินค้าก็มีของมากมายให้เลือกพวกกงแก้ว อะไรต่างๆ ราคาพอๆ กับบ้านเรา ถามว่าซื้อไหมซื้อค่ะ ที่สำคัญเมล็ดกาแฟราคาถูกกว่าเราเกือบครึ่งเหมาจ้าแม่ รออะไร กาแฟเสร็จแล้วเติมพลัง เราก็อยากสัมผัสถึงประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อนบ้านเรา ไปพิพิธภัณฑ์สิค่ะ รออะไร จากเซมินยัก เรามุ่งหน้าสู่เดนบาซาร์ เมืองหลวงของเกาะบาหลี ย่านนี้ก็จะอุดมไปด้วยศูนย์ราชการต่างๆ และ อนุสาวรีย์บัจราซันดี ที่ที่เรามาจะเรียกพิพิธภัณฑ์ก็ไม่เชิง เป็นอนุสาวรีย์ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ของบาหลีไว้ด้วยมากกว่า เสียดายตอนนี้มาทางอนุสาวรีย์มีการบูรณะแต่ถึงอย่างไรก็สวยงามสมราคาที่ไกด์แนะนำให้เราชม ภายนอกเป็นศิลปะแบบบาหลี ภายในจัดแสดงภาพประวัติศาสตร์ ตั้งแรกเริ่มยุคเดิมที จนมาถึงยุคปัจจุบัน ให้ชมได้อย่างเพลิดเพลิน เรียนรู้ประวัติศาสตร์แล้วอยากชมศิลปะวัฒนธรรมบ้าง ไม่รอช้า เคลื่อนตัวไปเที่ยวอูบุดกัน เราจะไปชมวัดวา วิถีชีวิตชาวบ้านสไตล์บาหลีแท้ๆ กัน ก่อนจะถึงอูบุดดิฉันแวะชมการแสดงอันเลื่องชื่อของบาหลีก่อนนั้นคือ ระบำบารอง โรงละครก็เป็นอัฒจรรย์แบบบ้านๆ เปิดโล่งรับลมเย็นมีวงมโหรีอยู่ด้านข้างค่อยบรรเลงเพลง ระบำบารองก็เป็นการแสดงที่เล่าถึงความดีกับความชั่วร้าย จุดมุ่งหมายหลักที่ไปดูคือชอบการแต่งหน้า เสื้อผ้า และการแสดงท่าทางที่ชัดเจน จบการแสดงเราก็มุ่งหน้าไปชมวัดกันต่อคะ เกริ่นก่อนนะคะ วัดส่วนใหญ่ในบาหลีเขาจะเขียนติดบอกนักท่องเที่ยวไว้ว่า worship only เป็นวัดสำหรับประกอบพิธีทางศาสนาเท่านั้น จะสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปเที่ยวไม่ได้ แต่ก็มีวัดที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงาม และศิลปะแบบบาหลีได้เช่น Batuan Temple ที่อูบุด วัดแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์บาหลี ที่สร้างเพื่อบูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู จากวัด Batuan เราก็เดินทางขึ้นเขาลงเขา ไปยัง Tirta Empul หรือวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคยได้ชมจากภาพยนตร์เรื่อง Eat pray love วัด Tirta Empul เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีทั้งชาวบาหลีและชาวต่างชาติมาเยี่ยมชม และมาแช่ตัวในบ่อน้ำพุเพื่อความโชคดี ภายในวัดร่มรื่น เขียวไปด้วยไม้ใหญ่มากมาย ใครที่อยากมาสักการะและแช่น้ำทางวัดที่ห้องล็อกเกอร์ให้ฝากของและเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณเพียงแค่เตรียมผ้าขนหนูกับชั้นในมาเปลี่ยนเท่านั้น สะดวกสบายดีไหมคะ พูดถึงแต่ที่เที่ยวไม่พูดถึงอาหารการกินและของฝากไม่ได้ อาหารการกินที่นี้สะดวกสบายคะ มีให้เลือกครบทุกชาติไป ลองชิมอาหารพื้นเมืองบ้าง อย่างนาสิโกเร็ง ก็คือข้าวผัด หรือใครไม่ชอบเครื่องเทศก็มีอาหารตะวันตก อาหารจีน ให้เลือกหลากหลาย เพราะเขาคือเมืองท่องเที่ยวย่อมมีอะไรให้เลือกมากมาย ของฝากของน่าซื้อต้องพวกตระกร้า กระเป๋าสานซึ่งสวยมาก กาแฟก็น่าซื้อเพราะประเทศนี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นยอด บาหลีเป็นทั้งสวรรค์ของคนชอบทะเล เป็นที่รักของคนชอบวัฒนธรรม เป็นโต๊ะกับข้าวของนักชิม เป็นสถานที่ที่มีทั้งความหรูหราและความติดดินอยู่ด้วยกัน ที่ที่คุณสามารถเที่ยวทุกอย่างได้ครบในทริปเดียว
รีวิว Universal Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด
พาเที่ยว
รีวิว Universal Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด
Universal Studio Singapore บนเกาะ Sentosa หนึ่งในที่เที่ยวสุดฮอตของสิงคโปร์ มาเที่ยวถึงสิงคโปร์ทั้งทีก็ต้องมีเวลาเผื่อไว้ให้การเที่ยวที่ Universal Studio Singapore แนะนำว่าให้เขาไปเลยหนึ่งวันเต็ม มาสิงคโปร์แล้วไม่มาเที่ยวที่ Universal Singapore เราจะบอกว่าพลาดมากๆ ใครที่เคยมาแล้วน่าจะรู้ว่าให้เวลาทั้งวันยังไม่พอเลย เพราะเครื่องเล่นเยอะ คนเยอะ บางเครื่องเล่นคือต่อแถวยาวมาก เอาเป็นว่าใครยังไม่ได้มาเที่ยวสนุกๆ ที่ Universal Singapore ก็ตามเรามาได้เลยเรื่องสนุกๆ รออยู่ที่นี่อีกเพียบ จองทัวร์สิงคโปร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) Universal Studio Singapore (ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์) หรือที่หลาย ๆ คนอาจเรียกขานกันอย่างสั้น ๆ ย่อ ๆ ว่า USS นั่นเอง เป็นสวนสนุกหรือ Theme Park ขนาดใหญ่ที่มี Concept และ Theme ของสวนสนุกมาจากหนังและการ์ตูนดังจากค่าย Universal Studios นั้นเอง อย่างเช่น จูราสสิคปาร์ค (Jurassic Park) ไดโนเสาร์สุดคลาสสิคยอดฮิตตลอดกาล เจ้าตัวเหลืองจอมป่วยมินเนี่ยน (The Minions) โด่งดัง และทรานฟอร์เมอร์ (Transformers) ที่สุดแห่งหุ่นยนต์ของโลกอนาคต เป็นต้น นอกจากนี้ USS หรือ Universal Studio Singapore ยังเป็นสวนสนุกแบรนด์ Universal Studios แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย การเดินทางไป Universal Studio Singapore นั้นก็แสนง่ายดายสะดวกสบายมีให้เลือกหลายวิธีการเดินทาง การเดินทางโดยรถไฟฟ้า โดยใช้รถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สายสีม่วงมาจนสุดสายมาลงที่สถานี HarbourFront แล้วเดินต่อมายังห้างสรรพสินค้า Vivo ตามป้าย Sentosa Express มายังชั้นบนสุดของห้าง จากนั้นก็โดยสารรถไฟ Sentosa Express มายังสถานี Waterfront station บนเกาะ Sentosa การนั่งกระเช้าลอยฟ้า หรือ Cable car ที่จะได้ชมวิวมุมสูงสวย ๆ และแอบหวาดเสียวหน่อย ๆ ไปด้วยในตัวระหว่างการเดินทาง โดยสำหรับการเดินทางมายังเกาะ Sentosa ด้วยกระเช้าลอยฟ้านั้น ต้องมาขึ้นกระเช้าที่ชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้า Vivo เช่นเดียวกันกับการเดินทางด้วยรถไฟสาย Sentosa Express Sentosa Bus เป็นรถโดยสารประจำทางที่วิ่งระหว่าง Habour front สู่เกาะ Sentosa แต่วิธีนี้อาจใช้เวลาในการเดินทางเยอะสักหน่อย และสุดท้าย สำหรับสายชิลล์ที่ชอบเดินกินลมชมวิวทะเลชิลล์ ไม่ซีเรียสกับเรื่องเวลา ได้เสพย์บรรยากาศของท้องทะเลสิงคโปร์อย่างดื่มด่ำ ก็สามารถเลือกใช้ทางเดินเท้า Boardway ซึ่งเป็นทางเลื่อนอัตโนมัติเป็นช่วง ๆ เดินเองบ้างในฉบับฮิปสเตอร์ และ Backpacker แนว ๆ สวนสนุก Universal Studios Singapore (ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์) ตั้งอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa Island) ภายในพื้นที่ของ Resort World Sentosa พิกัดรวมความสนุกและความบันเทิงแบบครบวงจรบนเกาะ Sentosa โดยภายในสวนสนุก Universal Studios Singapore นั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น Theme Zone ทั้งหมด 7 โซน โดยแต่ละโซนมีคอนเซ็ปโดยยึดตามหนังหรือการ์ตูนดังแต่ละตัวที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away และ Madagascar ในแต่ละโซนจะมีทั้ง Theme Park ที่ตกแต่งอย่างสวยงามราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์หรือการ์ตูนเรื่องนั้น ให้ได้ชื่นชมบรรยากาศของภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ อย่างดื่มด่ำแบบใกล้ชิด พร้อมทั้งเครื่องเล่นสนุก ๆ สุดมันส์อีกหลายเครื่อง โดยในแต่ละ Theme Zone นี้ก็จะมีเครื่องเล่นทีเด็ด อันเป็นไฮไลท์ของแต่ละ Theme Zone อยู่ด้วย ว่าแล้วแต่ละ Theme Zone ของ USS นั้นนำมาจากภาพยนตร์ดังเรื่องอะไร ให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในเรื่องราวกันบ้าง และเครื่องเล่นไฮไลท์คืออะไร จะเด็ดขนาดไหน ไปต่อกันเลย Universal Singapore โซน Hollywood และโซน New York เป็นโซนแรกที่เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ Universal Studio Singapore แล้วต้องพบเจอก่อนเป็นโซนแรก ซึ่งด้านหน้าจะเป็นส่วนของร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ โดยออกแบบตกแต่งในสไตล์ชิค ๆ แบบถนน Broadway ใน Hollywood ในโซน Hollywood และสร้างบรรยากาศแบบ New York ในโซน New York ที่จะทำให้รู้สึกเหมือนเป็น New Yorker ตลอดเวลาที่เดินผ่านและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันครื้นเครง และทั้ง 2 โซนนี้ยังเป็นพื้นที่จัดงาน การแสดงโชว์ พบปะกับตัวการ์ตูนดังแบบเป็น ๆ อาทิ Minions และ Sesame Street และปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดสุดอลังการของที่นี่อีกด้วย Universal Singapore โซนแห่งโลกอนาคตหรือ Sci-Fi City โซนยอดฮิตและเป็นที่รู้จักมากที่สุดของสวนสนุก USS แห่งนี้ กับ Theme Zone แห่งอวกาศที่มาจากหนังเรื่องดังอย่าง ทรานฟอร์เมอร์ (Transformers) อันเป็นที่ชื่นชอบของทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ทุกเพศ ทุกวัย ที่นอกจากจะได้อารมณ์และบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในอวกาศ และภาพยนตร์เรื่อง Transformers แล้ว ในโซน Sci-Fi City ยังมีเครื่องเล่นทีเด็ดอยู่อีกถึง 2 เครื่องเลยทีเดียว ได้แก่ เครื่องเล่นที่ดังที่สุดของ USS แห่งนี้กับ TRANSFORMERS The Ride: The Ultimate 3D Battle และเครื่องเล่นที่ต้องบอกว่าหวาดเสียวที่สุด กับรถไฟเหาะสองรางที่วิ่งไข้วสลับกันสุดหวาดเสี่ยวอย่าง Battlestar Galactica: HUMAN vs. CYLON โดยต้องพูดเลยว่าเครื่องเล่นทั้ง 2 เครื่องนี้เด็ดมาก ต้องห้ามพลาดกันเลยทีเดียว Universal Singapore โซนอียิปต์โบราณ Ancient Egypt โซนแห่งดินแดนโบราณของอียิปต์จากหนังเรื่อง The Mummy อันเป็นหนึ่งในพิกัดไฮไลท์ของ USS แห่งนี้ ด้วยเป็นตำแหน่งโลเคชั่นที่ตั้งของเครื่องเล่นทีเด็ด Top List ใน USS แห่งนี้ อันได้แก่ เครื่องเล่น Revenge of the Mummy รถไฟเหาะท่ามกลางความมืดมิด ที่เคลื่อนที่ในความมืดเพิ่มตามไล่ล่าหาสมบัตริ และหนีจากภัยอันตรายคล้าย ๆ กับการหาสมบัติในพีระมิคของภาพยนตร์เรื่อง The Mummy ที่ต้องบอกว่าเป็นเครื่องเล่นแบบ Thrill-seeker ตัว Peak ที่ถ้าไม่ได้เล่นต้องบอกว่าพลาดมาก ๆ พูดเลย Universal Singapore โซน The Lost World โซนแห่งเมืองดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสาร์ที่จำลองมาจากภาพยนตร์เรื่องจูราสสิกปาร์ค (Jurassic Park) อันโด่งดัง ซึ่งภายในมีไดโนเสาร์จำลองเหมือนฉากในภาพยนตร์มากมาย ที่ต้องบอกว่าผู้ชายทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ที่ชื่นชอบได้โนเสาร์ต้องชอบมาก ๆ ในส่วนของเครื่องเล่นนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 เครื่อง คือ เครื่องเลานไฮไลท์ของโซนนี้ และของ USS แห่งนี้อีกเครื่องเล่นหนึ่งอย่าง Jurassic Park Rapids Adventure และ รถไฟเหาะลอยฟ้าชมเมือง The Lost World อย่างเครื่องเล่น Canopy Flyer แต่สำหรับคนที่จะเล่นเครื่องเล่นทางน้ำไฮไลท์อย่าง Jurassic Park Rapids Adventure นั้นนอกจากจะต้องเตรียมใจเรื่องคิวยาวเอาไว้หน่อยแล้ว ไกด์นิดนึงว่าเตรียมใจเรื่องเปียกหรือเตรียมเสื้อผ้าไปเปลี่ยนไว้ด้วยนะ เพราะใครจะเปียกมาก เปียกน้อย หรือไม่เปียกเลย อันนี้ก็แล้วแต่ดวงนะ Universal Singapore โซนดินแดนอันไกลโพ้น หรือ Far Far Away ปิดท้ายกันด้วยดินแดนแห่งเทพนิยายในฝันของเด็ก ๆ กับโซนดินแดนอันไกลโพ้น หรือ Far Far Away อันเป็นที่ตั้งของปราสาทขนาดใหญ่สุดอลังการความสูงถึง 40 เมตร ที่จำลองมาจากแอนิเมชั่นเรื่อง Shrek สุดฮอต โดยภายในโซนนี้ มีเครื่องเล่นแอนิเมชั่น 4D ที่เล่าเรื่องราวการผสมภัยของ Sherk ผ่านประสบการณ์การสัมผัสจริงแบบ 4D ทั้งแสง สี เสียง ลม และน้ำ อย่างเครื่องเล่น Shrek 4-D Adventure Universal Singaporeโซนมาดากัสก้า Madagascar ปิดท้ายกันด้วยโซนสำหรับเด็กเล็ก กับเครื่องเล่นแสนสนุกของเด็ก ๆ ใน Theme ของการผจญภัยท่องป่าของเหล่าสัตว์ป่าแสนน่ารักสุดสดใสนานาชนิดจากการ์ตูนเรื่อง มาดากัสก้า Madagascar ยอดนิยมขวัญใจของเด็ก ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราว พาท่องเที่ยวเปิดโลกกว้าง และให้เด็ก ๆ ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่น่าสนุกตื่นเต้นในโซนมาดากัสก้า Madagascar สำหรับใครที่เตรียมตัวมาเที่ยว USS แล้วตั้งใจจะเช็คอินเล่นเครื่องเล่นไฮไลท์ของที่นี่ให้ครบทั้ง 5 เครื่องในการเที่ยว USS ครั้งเดียวแล้วละก็ ต้องขอแนะนำว่าให้มาตั้งแต่เช้า คือตั้งแต่สวนสนุกเปิด และที่สำคัญคือควรต้องซื้อบัตร Universal Express Pass บัตรผ่านเครื่องเล่นแบบพิเศษที่จะทำให้ผ่านตลอดไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องรอคิวยาว ๆ นาน ๆ ของเครื่องเล่นเด็ด ๆ ทุกเครื่อง บอกเลยว่าบัตรนี้ควรค่าแก่การครอบครองเป็นอย่างมาก เพราะเครื่องเล่นเด็ดของ USS แห่งนี้มีคนรอคิวเล่นเยอะมาก ๆ ยิ่งถ้าเที่ยว USS ในช่วงเทศกาลที่คนเยอะ ๆ ด้วยแล้วหล่ะก็ บอกเลยว่าเครื่องเล่นไฮไลท์บางเครื่องต้องต่อคิวรอกันอย่างยาวนานถึง 2 - 3 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว รีวิวกันไปครบแล้วกับ Universal Studio Singapore (ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์) แบบจัดเต็ม ใน “Universal Singapore รีวิว มาเที่ยวสิงคโปร์ครั้งหน้าห้ามพลาด” รับรองว่ามาเที่ยวแค่เพียงวันเดียวแบบวางแผนมาดี ๆ แบบนี้เที่ยวใน Universal Studion ได้ครบแน่นอน แต่ต้องบอกว่าบนเกาะ Sentosa ของสิงคโปร์นั้นไม่แต่มีเพียงแต่แค่ Universal Studio Singapore เท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ บนเกาะอยู่อีกมากมายด้วย อาทิ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ S.E.A. Aquarium, Adventure Cove Waterpark (สวนน้ำแอดเวนเจอร์ โคฟ), ชายหาด Sentosa Beaches ที่มีถึง 3 ชายหาดด้วยกัน , Sentosa Merlion และ Resort World Sentosa เป็นต้น ซึ่งถ้าจะเที่ยวให้ครบที่เที่ยวบนเกาะ Sentasa ของสิงคโปร์คงต้องขอแนะนำให้เผื่อ ๆ เวลามาเที่ยวสัก 2 วันเป็นอย่างน้อยถึงจะดี จะเที่ยวได้ครบทั่วเกาะแบบไม่เหนื่อย แต่สำหรับรีวิวคราวนี้ ต้องบอกเลยว่า Universal Studio Singapore มาเที่ยวสิงคโปร์คราวหน้าต้องห้ามพลาด