แจกแพลนเที่ยว ดานัง - ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน เที่ยวชิลล์แบบไม่เร่งรีบ

แจกแพลนเที่ยว ดานัง - ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน เที่ยวชิลล์แบบไม่เร่งรีบ

ดานัง-ฮอยอัน เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศเวียดนาม ใครที่เคยไปเที่ยวเวียดนามแต่ยังไม่เคยแวะไปสัมผัส ดานัง-ฮอยอัน คุณกำลังพลาดสิ่งดีๆ ไป และถ้าไม่อยากพลาดมากไปกว่านี้ก็เคลียร์งานให้โล่งๆ แล้วก็จองทัวร์เวียดนามไปเที่ยวได้เลย
486997
View
0
Share

“ชินจ่าว” ขอทักทายแบบภาษาเวียดนามนิดนึง เพราะเป็นช่วงกำลังอินกับประเทศนี้มาก เที่ยวเวียดนามช่วงปลายปีแบบนี้อากาศก็ดีสุดๆ ฮิตมากโดยเฉพาะโซน ดานัง - ฮอยอัน เนื่องจากการเดินทางไม่ไกล เที่ยวง่ายมาเที่ยวเวียดนามไม่ต้องทำวีซ่าด้วย ใครที่มีเวลาว่างแค่ 2-3 วันก็สามารถไปทัวร์ดานัง-ฮอยอันได้แบบชิลล์แล้ว

ยิ่งตอนนี้มีทัวร์เที่ยวดานัง-ฮอยอันเพียบเลย ถ้าใครกำลังจะมีแผนไปเที่ยว ก็สามารถเข้าไปหาข้อมูลและจองแพ็คเก็จทัวร์ กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้เลย ราคาน่ารักที่สำคัญคือ ทัวร์เชื่อถือได้ เที่ยวอย่างสบายใจแน่นอน

 

จองแพ็คเก็จทัวร์ดานัง ฮอยอัน กับ ทัวร์ครับ (Tourkrub)

เที่ยว ดานัง - ฮอยอัน 4 วัน 3 คืน

 


เที่ยวดานัง-ฮอยอัน วันที่ 1

เที่ยวดานัง-ฮอยอัน

เราเริ่มต้นจากการเดินทางจากกรุงเทพในช่วงเช้า ไปถึงที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนามประมาณสายๆ ในวันแรกเรามีแพลนขึ้นไปเที่ยวบาน่าฮิลล์และนอนพักข้างบน 1 คืน เลยจะไปกันเร็วหน่อยเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่ข้างบนมากขึ้น 

หลังจากออกจากสนามบินเวียดนามแล้วเราก็เรียก Grab ให้ไปส่งที่ทางขึ้นกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ของ Sunworld Ba na hills เลยค่ะ จากสนามบินจนถึงสถานีเคเบิ้ลคาร์ เราใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น แต่ด้วยความที่เราพักที่โรงแรม เมอเคียว บาน่าฮิลล์ เฟรนซ์ วิลเลจ เราเลยได้ไปขึ้นสถานีของทางโรงแรมโดยเฉพาะ ซึ่งสะดวกและเป็นส่วนตัว มาก นอกจากนี้ค่าบัตรขึ้นกระเช้ายังเป็นราคาพิเศษ เพียงแค่ 450,000 VND เท่านั้นเอง (ปกติราคา 750,000 VND) 


3.เที่ยวดานัง-ฮอยอัน

สำหรับค่าตั๋วขึ้นเคเบิ้ลคาร์นั้น รวมทุกอย่างบนตีมปาร์ค หมดแล้วค่ะ ทั้งค่าเข้าชม ค่าขึ้น-ลงกระเช้า และเครื่องเล่นภายใน บาน่าฮิลล์ แลพยิ่งเรามาเร็วเท่าไหร่ เราก็จะมีเวลาได้เยี่ยมชม ถ่ายรูป เล่นเครื่องเล่นบน บาน่าฮิลล์ มากขึ้นเท่านั้นค่ะ ภายใน บาน่าฮิลล์ ยังมีพวก ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ไว้ให้บริการอีกด้วยนะ

บาน่าฮิลล์ มีหลายโซนให้ได้เลือกถ่ายรูปค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโซนหมู่บ้านฝรั่งเศส ซึ่งถือว่าเป็นโซนหลักของที่นี่เลย มีสวนดอกไม้ และจุดไฮไลท์เลยคือ สะพานมือสีทองหรือ Golden Hand Bridge นั่นเอง แต่ด้วยที่สะพานนี้เป็นจุดไฮไลท์ จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่มาท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ถ้าหากว่าใครอยากได้รูปที่สะพานแบบไม่มีคนละก็ แนะนำให้นอนพักที่โรงแรม เมอเคียว บาน่าฮิลล์ สัก 1 คืน เพื่อถ่ายรูปเล่นในช่วงที่ตีมปาร์คปิดแบบไม่มีคน 


 

เที่ยวดานัง-ฮอยอัน วันที่ 2 

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าเพื่อไปรอขึ้นเคเบิ้ลคาร์ตอน 7.30 เพราะเราอยากไปที่สะพานมือเป็นคนแรกๆ จะได้มีรูปถ่ายแบบไม่มีคน นอกจากนี้เรายังได้เดินเล่นเพื่อถ่ายรูปมุมต่างๆในบาน่าฮิลล์ ก่อนที่ตีมปาร์คจะเปิดอีกด้วย ขอบอกว่าฟินมากๆ เพราะทั้งปาร์คนั้นเรียกได้ว่าเป็นของเราทั้งหมด ถ่ายรูปกันสนุกสุดๆ ไปเลย 

หลังจากนั้นเราก็ออกจาก บาน่าฮิลล์ ในช่วงสายๆ เพราะโรงแรมให้เช็คเอาท์ตั้งแต่ 11 โมงเช้า เรานัดรถแท๊กซี่ให้มารับที่บาน่าฮิลล์ตอน 11 โมงพอดีเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองมรดกโลกอย่าง ฮอยอัน เมืองสีมัสตาร์ดสุดแสนน่ารัก จากบาน่าฮิลล์เดินทางไปยังเมืองฮอยอันใช้เวลาไม่นานค่ะ ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆก็ถึงแล้ว 

 

เรามาถึงฮอยอันตอนเที่ยงเป๊ะ อากาศไม่เป็นใจเลยเพราะแดดเปรี้ยง แต่ก็คิดในแง่ดีว่า ฝนไม่ตก จะได้ถ่ายรูปสวยๆอย่างเต็มที่ หลังจากที่เราเก็บของอะไรเสร็จแล้ว ช่วงบ่ายๆเราก็ได้เวลาออกไปตลอนตัวเมืองกันแล้ว

ที่แรกที่เราไปคือ ไปทานบั๋นหมี่ค่ะ บั๋นหมี่เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเวียดนามเลย มีความฮิตพอๆกับเฝอ ร้านที่เราไปทานเป็นร้านดังร้านหนึ่งในเมืองฮอยอันเลยแหละ มีทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติมารอเข้าคิวสั่งกันอย่างล้นหลาม

 

เราเองสั่งบั๋นหมี่มาคนละชิ้น ของเราสั่งเป็นหมูย่าง นอกจากนี้เรายังลองสั่งเฝอ และ ปอเปี๊ยะสดมาลองทานดูว่าจะเหมือนที่เมืองไทยหรือเปล่านะ .. สรุปคือคล้ายๆค่ะ แต่ที่เวียดนามนั้นเขาจะกระหน่ำใส่ผักเยอะมากๆ คนที่ชอบทานผักจะต้องถูกใจสิ่งนี้แน่นอน


 

หลังจากที่เราทานอาหารเที่ยงกันเสร็จแล้ว ภารกิจต่อไปคือ ไปเดินถ่ายรูปเล่นและแวะชมร้านกาแฟในฮอยอันค่ะ ใครที่เป็นคอกาแฟจะทราบดีว่า ที่เวียดนามนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องของกาแฟมากๆ มาฮอยอันครั้งนี้ เราเจอร้านกาแฟทุกๆ 2 คูหากันเลยทีเดียว มีหลายร้านที่มีเมล็ดกาแฟขายด้วยนะ

หลังจากแดดร่มลมตกแล้ว ในช่วงเย็นๆแบบนี้ นักท่องเที่ยวเริ่มออกมาเดินชมเมืองกันแล้วล่ะค่ะ เพราะที่ฮอยอันจะมีบริการเรือพร้อมให้ลอยโคมเหมือนลอยกระทงบ้านเรา บรรยากาศในตอนกลางคืนคึกคักกว่าตอนกลางวันเป็นอย่างมาก เพราะมีทั้ง ถนนคนเดิน ร้านอาหาร บาร์ ที่เปิดในช่วงเย็นๆ และไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของเมืองฮอยอันคือ ร้านโคมไฟ ค่ะ โคมไฟที่ฮอยอัน เป็นอะไรที่อันซีนมากๆ ไม่ว่าใครไปใครมาจะต้องมีช๊อตถ่ายรูปคู่กับโคมไฟกันทั้งนั้น 

เที่ยวดานัง-ฮอยอัน วันที่ 3

วันนี้เราค่อนข้างชิลกว่าทุกๆวันที่ผ่านมา เพราะแพลนของเราจะเดินทางไปยังเมืองดานังกันแล้ว จากฮอยอันไปดานังใช้เวลาเพียงแค่ 30-40 นาทีเท่านั้นเองค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าเราเป็นสายชิล ในช่วงสายๆก่อนออกเดินทางไปดานัง เราก็ได้แวะกลับไปที่เมืองฮอยอันอีกรอบ ซึ่งบรรยากาศในตอนกลางวันนั้น ผิดกับเมื่อคืนเลย เมืองที่คึกคักในช่วงตอนกลางคืน กลายเป็นเมืองที่ค่อนข้างเงียบในตอนกลางวัน เพราะแดดร้อนมากจริงๆ

เรายืมจักรยานจากจากโรงแรม ซึ่งก็ปั่นเลียบแม่น้ำมาเรื่อยๆ ประมาณ 5 นาทีก็ถึงโซน เมืองเก่า ใน​ ฮอยอันแล้ว เราไปตระเวนเก็บตกร้านกาแฟที่เมื่อวานเรายังไม่ได้แวะไป อย่างร้าน Faifo Coffee ร้านดังในฮอยอัน เราแวะไปช่วง 11 โมงคนไม่มีเลยเพราะมันร้อนมาก แต่เพื่อรูปสวยๆ ทางเราก็ยอมทนแดดกันต่อไป แต่อยู่ได้ประมาณ 10 นาทีก็ขอลาจากเดินลงมานั่งพักในร้านแล้วแหละ

เรามุ่งหน้าเดินทางไปดานังในช่วงเที่ยงๆ ค่ะ ไปถึงเมืองดานังเราก็เอากระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรมก่อนเลย เวลาเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆจะได้คล่องตัว คืนนี้เรามีนัดกับเทศกาลพลุนานาชาติของดานังค่ะ เลยหาที่เดินเล่นรอเวลาชมพลุในช่วง 2 ทุ่ม 

เราไปถ่ายรูปเล่นกันที่สะพาน Dragon Bridge ริมแม่น้ำฮานค่ะ บรรยากาศช่วงเย็นๆคือสบายมาก มีลมพัด แถมบนสะพานเรายังเดินขึ้นไปเพื่อถ่ายรูปกับมังกรได้อีกด้วย แต่ถ้าให้แนะนำจริงๆควรนมาช่วงเช้าค่ะ เพราะแดดจะส่องหน้ามาทางหัวมังกร จะได้รูปสวยๆไม่ย้อนแสงกลับไป แต่ทางเรานั้นดันไปตอนเย็น เลยได้รูปมุมนี้มา แทน 

 



และที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงเมืองดานังแล้ว นั่นก็คือการได้ไปเดินเล่นแถวชายหาด Khe Beach ค่ะ เพื่อไปตามหาเรือกระด้งกันซึ่งเจ้าเรือกระด้งนี้เป็น Signature ของเมืองดานังเลยก็ว่าได้นะ ชายหาดของ Khe Beach มีขนาดยาวมากๆ แต่ละจุดก็จะมีความหนาแน่นของคนไม่ต่างกัน เราเลือกมาในช่วงของร้าน The Garden เพราะใกล้ที่พัก และคนไม่เยอะอีกด้วย

พอได้เวลาในช่วง 2 ทุ่ม เราก็หารถเพื่อไปยังจุดชมพลุ ในตอนแรกเราตั้งใจจะไปชมที่ Sky Bar โรงแรมโนโวเทล แต่บริเวณนั้นถนนปิดหมดเลยค่ะ เราเลยต้องอ้อมไปทางอีกสะพานหนึ่ง ซึ่ง ณ ตอนนั้นพลุเริ่มจุดไปแล้วเซ็ตหนึ่ง ด้วยความกังวลกลัวไม่ได้ดูพลุ เราเลย ลงรถกันกลางสะพานทันที และแน่นอนค่ะ เราทันพลุชุดสุดท้าย ขอบอกว่า สวยงามมากๆเลย


 

เที่ยวดานัง-ฮอยอัน วันที่ 4

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่เราะจะได้อยู่ที่เมืองดานังแล้ว เพราะวันนี้เราขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพในช่วง 6 โมงเย็น ตอนเช้าเราเลยเริ่มต้นจากการไปแวะโบสถ์สีชมพู สัญลักษณ์ประจำเมืองดานังก่อนเลย แต่เราดันไปวันอาทิตย์ คนมาโบสถ์เลยค่อนข้างเยอะนิดหนึ่ง 

จริงๆแล้วในดานังมีโบสถ์คริสต์สวยๆ อีกหลายที่เลยนะ แต่เราได้แค่นั่งรถผ่าน ยังไม่มีโอกาสได้ลองไปถ่ายรูปด้วยเลย หลังจากที่เราแวะถ่ายรูปกับโบสถ์เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาของ Cafe Hopping ซึ่งที่ดานัง-ฮอยอัน คาเฟ่เยอะมาก เราได้แวะเก็บไปทั้งหมด 5 ร้านในเวลาไม่นาน ซึ่งใครชอบเที่ยวแบบคาเฟ่ ที่เวียดนาม ตอบโจทย์ไลฟสไตล์มากๆ >> รีวิวคาเฟ่ดานัง ฮอยอัน

เห็นไหมคะว่าเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เป็นเมืองที่ท่องเที่ยวง่ายมากๆ ใครที่เป็นมือใหม่หัดท่องโลก ก็สามารถเที่ยวตามได้ไม่ยากเลย อีกทั้งเวียดนามเป็นประเทศที่เดินทางไม่นานจากกรุงเทพ และค่าครองชีพยังถูกอีกด้วย 

แต่ถ้าใครอยากมาเที่ยวเวียดนามแต่ไม่อยากจัดแพลนเอง ลองเข้ามาดูโปรโมชั่นและแพ็คเกจทัวร์ดานัง จาก ทัวร์ครับ (Tourkrub) ได้นะคะ การันตีในเรื่องของความสะดวกสบายและความปลอดภัย เที่ยวเวียดนามได้อย่างไม่ต้องกังวลอะไรเลย

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น ทัวร์ครับ

iOS / Android